การเดินทางครั้งนี้เริ่มต้นด้วย "Give Life Back to Music" แทร็กเปิดที่เป็นเหมือนคำประกาศถึงเป้าหมายของอัลบั้ม ด้วยกีตาร์ฟังก์ของ Nile Rodgers แห่งวง Chic ที่เปล่งประกายไปพร้อมกับบีตที่มีชีวิตชีวา Daft Punk กำลังบอกเราว่า พวกเขากำลังนำพลังแห่งดนตรีกลับมาอีกครั้ง ต่อด้วย "The Game of Love" ที่พาผู้ฟังดำดิ่งไปในอารมณ์แห่งความโดดเดี่ยวและถวิลหา ด้วยเสียงร้องที่ถูกแต่งแต้มด้วย Vocoder อันเป็นเอกลักษณ์ มันไม่ใช่แค่เพลงรัก แต่เป็นบทสนทนาระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักรที่เต็มไปด้วยความรู้สึก
จากนั้น "Giorgio by Moroder" ก็พาเราย้อนเวลากลับไปยังรากฐานของดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ Giorgio Moroder เล่าเรื่องราวของเขาผ่านเสียงบรรยายบนบีตที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจนระเบิดออกเป็นพายุแห่งซินธิไซเซอร์และกลองไฟฟ้า มันคือบทเรียนประวัติศาสตร์ของ Disco และ Synth-pop ที่ถูกถ่ายทอดผ่านดนตรีที่ยังคงรู้สึกสดใหม่แม้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม
Giovanni Giorgio Moroder ศิลปินเพลงชาวอิตาลีในตำนาน ผู้บุกเบิกดนตรี Synth-pop, Disco และ EDM ยุคแรกเริ่ม
อัลบั้มยังคงดำเนินต่อไปด้วยการสำรวจเสียงเพลงในแง่มุมที่หลากหลายขึ้น "Instant Crush" ที่ร่วมงานกับ Julian Casablancas จาก The Strokes เป็นเพลงที่ไหลลื่นและเต็มไปด้วยอารมณ์เศร้า เสียงร้องที่ถูกแต่งแต้มด้วยเอฟเฟกต์ทำให้เพลงนี้ฟังดูเหมือนเป็นความทรงจำที่เลือนราง แต่ยังคงฝังลึกอยู่ในใจ ขณะที่ "Lose Yourself to Dance" กลับนำเสนอด้านที่ตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิง มันเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยพลังของดิสโก้ ด้วยเสียงร้องของ Pharrell Williams และกีตาร์ของ Nile Rodgers ที่ชวนให้ขยับร่างกายไปตามจังหวะ
แต่แล้ว "Touch" ที่ได้ Paul Williams มาร่วมงานด้วยก็เปลี่ยนโทนของอัลบั้มไปสู่มิติใหม่อีกครั้ง นี่ไม่ใช่แค่เพลง แต่มันเป็นโอเปร่าขนาดย่อมที่บรรจุความหลากหลายของแนวดนตรีเอาไว้ภายในเวลาแปดนาทีกว่า มันเริ่มต้นด้วยท่อนเปิดที่ล่องลอยและลึกลับ ก่อนจะระเบิดออกเป็นเสียงประสานที่เต็มไปด้วยพลังแห่งอารมณ์ Daft Punk ใช้เพลงนี้ในการทดลองขอบเขตของดนตรี ทำให้มันเป็นหนึ่งในแทร็กที่น่าทึ่งที่สุดที่พวกเขาเคยทำมา
การที่พวกเขารวบรวมศิลปินระดับตำนานอย่าง Giorgio Moroder, Nile Rodgers และ Paul Williams รวมถึงศิลปินยุคใหม่อย่าง Panda Bear และ Julian Casablancas มาร่วมงานกันนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการดึงดูดความสนใจ แต่มันเป็นการสร้างบทสนทนาข้ามยุคสมัยระหว่างนักดนตรีที่มีอิทธิพลต่อกันและกัน นี่คืออัลบั้มที่ไม่ได้แค่พูดถึงอดีต แต่พยายามเชื่อมโยงอดีตเข้ากับอนาคต
Thomas Bangalter และ Guy-Manuel สองสมาชิกวงชาวฝรั่งเศสตลอดกาลของ Daft Punk