Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ด.ดล Blog
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
16 มี.ค. เวลา 12:23 • ยานยนต์
อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้ากำลังจะพัง? ราคาพุ่ง ภาษีแพง เครดิตหาย ฝันร้ายของชาวอเมริกัน
โลกของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังพบกับจุดเปลี่ยนสำคัญที่อาจเขียนขีดชะตาอุตสาหกรรมนี้ในทศวรรษหน้า ตัวเลขการเติบโตทั่วโลกนั้นต้อบบอกว่ายอดขายพุ่งกระฉูดขึ้น 18% ในปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่านี่ไม่ใช่แค่กระแสชั่วครู่
ทั่วโลกกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ทั้งยุโรปและจีนทุ่มสุดตัวกับนโยบายสนับสนุน แต่ในสหรัฐอเมริกา สถานการณ์กลับลึกลับซับซ้อนกว่าที่คิด
Jim Farley ซีอีโอของ Ford ออกมาส่งสัญญาณเตือนว่าภาษีนำเข้าใหม่อาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานมีปัญหา ขณะที่กลุ่มวุฒิสมาชิกที่ได้รับการอัดฉีดเงินจากธุรกิจน้ำมันกำลังผลักดันให้ยกเลิกเครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์
ไม่แค่นั้น พวกเขายังจะเพิ่มค่าธรรมเนียมพิเศษอีก 1,000 ดอลลาร์สำหรับเจ้าของรถไฟฟ้า ราวกับต้องการที่จะถีบส่งให้ธุรกิจนี้ดิ่งลงเหว
คำถามใหญ่คือ สหรัฐอเมริกาจะรักษาตำแหน่งเป็นที่เชิดหน้าชูตาในวงการยานยนต์ไฟฟ้าได้หรือไม่ หรือจะยอมแพ้ให้คู่แข่งอย่างจีนและยุโรปที่กำลังทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต
ในขณะที่ทั่วโลกกำลังเดินหน้าพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าแบบเต็มสูบ จีนได้ก้าวขึ้นเป็นพี่ใหญ่ในวงการนี้อย่างชัดเจน จัดเต็มทั้งการลงทุนในเทคโนโลยีแบตเตอรี่ โรงงานผลิต และสถานีชาร์จทั่วประเทศ
ส่วนในสหรัฐฯ ภาษีนำเข้าที่อาจเกิดขึ้นจะทำให้ต้นทุนพุ่งทะยาน ซึ่งแน่นอนว่าผู้บริโภคจะเป็นคนแบกรับภาระ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนี้อาจบั่นทอนแรงผลักดันที่อุตสาหกรรมพยายามสร้างมาหลายปี
นอกจากนั้น อุปสรรคทางการค้าเหล่านี้อาจขัดขวางการไหลเวียนของนวัตกรรม ซึ่งเป็นจุดสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งบริษัทใหญ่อย่าง Ford, GM และ Tesla ได้ทุ่มทรัพยากรมหาศาลไปกับยานยนต์ไฟฟ้า
แต่ถ้าต้องเจอกับความผันผวนของราคาวัตถุดิบหรือข้อจำกัดทางการค้าแบบไม่ทันตั้งตัว การวางแผนธุรกิจของพวกเขาก็จะมีปัญหาทันที
ที่น่าตะหงิดใจคือกลุ่มวุฒิสมาชิกที่มีความเชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมน้ำมันกำลังผลักดันให้ยกเลิกเครดิตภาษี 7,500 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ราคายานยนต์ไฟฟ้าจับต้องได้สำหรับคนทั่วไป
พวกเขาอ้างว่าผู้ขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าไม่ได้จ่ายภาษีน้ำมัน และสิ่งจูงใจมากเกินไปทำให้ตลาดมันบูมแบบผิดธรรมชาติ แต่อีกฝั่งโต้กลับว่าการยกเลิกเครดิตและเพิ่มค่าธรรมเนียมจะทำลายความพยายามในการลดมลพิษ
หากการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดขึ้นจริง คนที่กำลังคิดจะซื้อรถไฟฟ้าก็อาจถอยห่างเมื่อรู้ว่าสิ่งจูงใจทางการเงินหายไปและจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ความไม่แน่นอนนี้สร้างความซับซ้อนให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค หากราคายานยนต์ไฟฟ้าพุ่งสูงขึ้นในช่วงที่ความสนใจกำลังเติบโต ก็เหมือนเป็นการซ้ำเติมตลาดให้แย่ลง
เมื่อนโยบายเหล่านี้ชัดเจน ความเป็นผู้นำในตลาดอาจย้ายขั้วไปยังจีนหรือยุโรปอย่างถาวร ทำให้สหรัฐฯ อยู่ในตำแหน่งที่เสียเปรียบในการแข่งขันระยะยาว
ผลกระทบของการถกเถียงเหล่านี้กำลังส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน คำถามใหญ่สำหรับผู้บริโภคคือ รถไฟฟ้าที่อยากซื้อจะยังมีราคาจับต้องได้ไหม หากภาษีนำเข้าเพิ่มและเครดิตหายไป
นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงค่าธรรมเนียมการใช้ถนนแบบใหม่เพื่อชดเชยรายได้จากภาษีน้ำมันที่หายไป แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะนำมาใช้อย่างไรโดยไม่ทำให้ความต้องการรถไฟฟ้าลดลง
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือ อุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐฯ พร้อมแค่ไหนสำหรับการแข่งขันสุดโหดในเวทีโลก ประเทศอื่นปรับนโยบายให้เรียบง่ายเพื่อสนับสนุนรถไฟฟ้า
ในหลายเมืองยุโรป มีการห้ามใช้รถที่ปล่อยมลพิษในเขตเมือง หรือเก็บค่าธรรมเนียมการจราจรที่ยกเว้นให้รถไฟฟ้า หากสหรัฐฯ สร้างภาระเพิ่มด้วยภาษีนำเข้าและยกเลิกสิ่งจูงใจ อุตสาหกรรมอาจต้องฝ่าฝันต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
รัฐบาลระดับรัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย มีมาตรการสนับสนุนของตัวเองที่อาจชดเชยการถอยหลังของรัฐบาลกลางได้บางส่วน ผู้ผลิตหลายรายลงทุนพันล้านดอลลาร์ไปแล้ว
การพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ยังคงเดินหน้าอย่าง มีการค้นพบวัสดุและเทคนิคใหม่ๆ ที่อาจลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในเร็ววัน
คำถามสำคัญคือ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นสัญญาณของจุดจบสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าในสหรัฐฯ หรือไม่ แม้จะเป็นความท้าทาย แต่อนาคตก็คงยังไม่ถึงทางตัน
เทคโนโลยียังก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนแบตเตอรี่ลดลงเร็วกว่าที่คาดการณ์ และความสนใจของผู้บริโภคยังเพิ่มขึ้น แต่อุปสรรคทางนโยบายอาจทำให้การยอมรับช้าลงจนติดหล่ม
ถ้าสหรัฐฯ สูญเสียตำแหน่งผู้นำในอุตสาหกรรมนี้ จะกระทบไม่เฉพาะธุรกิจรถยนต์ แต่รวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตั้งแต่ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไปจนถึงบริการด้านพลังงาน
โลกของยานยนต์ไฟฟ้ากำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะในสหรัฐฯ ที่ความท้าทายด้านนโยบายสร้างความไม่แน่นอนให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค
ในขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนสู่การคมนาคมด้วยไฟฟ้าอย่างเต็มสปีด นโยบายของสหรัฐฯ กลับเจอแรงต้านจากกลุ่มผลประโยชน์น้ำมัน ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ ตามหลังในการแข่งขันระดับโลก
ในท้ายที่สุด การตัดสินใจว่าจะรักษาหรือยกเลิกนโยบายสนับสนุนรถไฟฟ้าไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิคหรือการเงิน แต่เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่จะกำหนดว่าประเทศสหรัฐฯจะรักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้หรือไม่ และเป็นบททดสอบความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาโลกร้อนผ่านการลดมลพิษจากการขนส่งของพวกเขาอย่างแท้จริง
◤━━━━━━━━━━━━━━━◥
หากคุณชอบคอนเทนต์นี้อย่าลืม 'กดไลก์'
หากคอนเทนต์นี้โดนใจอย่าลืม 'กดแชร์'
คิดเห็นอย่างไรคอมเม้นต์กันได้เลยครับผม
◣━━━━━━━━━━━━━━━◢
The original article appeared here
https://www.tharadhol.com/the-electric-car-industry-is-about-to-collapse/
ติดตามสาระดี ๆ อัพเดททุกวันผ่าน Line OA ด.ดล Blog
คลิกเลย -->
https://lin.ee/aMEkyNA
รวม Blog Post ที่มีผู้อ่านมากที่สุด
คลิกเลย -->
https://www.blockdit.com/articles/5cda56f1e5eac0101e278c73
——————————————–
ติดตาม ด.ดล Blog เพิ่มเติมได้ที่
=========================
Website :
www.tharadhol.com
Blockdit :
www.blockdit.com/tharadhol.blog
Fanpage :
www.facebook.com/tharadhol.blog
Twitter :
www.twitter.com/tharadhol
Instragram :
instragram.com/tharadhol
TikTok :
tiktok.com/@geek.forever
Youtube :
www.youtube.com/c/mrtharadhol
Linkedin :
www.linkedin.com/in/tharadhol
สหรัฐ
การลงทุน
เทคโนโลยี
3 บันทึก
18
2
3
18
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย