17 มี.ค. เวลา 02:03 • ปรัชญา
ความรัก .รักคนนั้น่คนนี้ รักนั้นไม่เที่ยง เค้ามีอารมณ์ไม่เที่ยง เราก็มีอารมณ์ที่ไม่เที่ยง เดี๋ยวพอใจ เดี๋ยวไม่พอใจ เพราะเป็นรักของคนมีกรรม จิตมีกรรม เดี๋ยว..ก็ต้องพลัดพรากจากกัน มีเสียอกเสียใจ บันทึกเก็บไว้ ที่ธาตุทั้งสี่ ว่า ชีวิตที่อาศัยกายมนุษย์ ใช้กายวาจาใจ เป็นไปเพื่อความสุข หรือ ทำให้ทุกข์ยาวนาน
ความรัก ..รักจิตของเราไม่ให้มีกรรม ระมัดระวังอารมณ์ ที่จะนำพาไปสร้างกรรม เช่น เมื่อมีอารมณ์โมโห หงุดหงิด เราหยุดอยู่นิ่ง อยู่เฉย .นึกถึงพระ ภาวนาพุทโธขึ้น ..เราก็ใช้ขันติอยู่กับ ภาวนาพุทโธขึ้นมา หากหยุดภาวนา ..พุทโธ ..อารมณ์ก็แทรกเข้า . ตามกระแสคลื่น ของอารมณ์โมโหไม่พอใจ .. พอหยุดไม่ได้ กายนั้นก็เป็นกายของกรรม ..จิตอาศัยในกายกรรม ก็ต้องมีทุกข์ ด้วยกองไฟของอารมณ์เผาผลาญเรือนกาย .. จิตก็ทนไฟเผาผลาญกายไม่ได้ ก็ระเบิดออกมา เป็นคำพูด เป็นกิริยาท่าทาง ที่เกิดกายกรรมขึ้น
..ชีวิตนี้ ครั้งแล้วครั้งเล่า ..ทีไฟมันเผาผลาญกาย เป็นกายกรรมอยู่อย่างนั้น แล้วจิตที่อาศัยกายกรรม นั้นก็ไม่ได้แก้ไข รักจิตของตนเอง ..รักจิตของตน อะไรนะที่ทำให้จิตมีความสุข ..เราก็เปรียบเทียบเอา เหมือนเราไปนอกบ้าน มีความสุขมั้ย ..เราอยู่ในบ้าน นั่งสวดมนต์ภาวนา ไม่ไปวุ่นวายข้างนอก ทำภายในบ้านให้สะอาด เพื่อให้กายเป็นบุญ ให้เกิดกายบุญเกิดขึ้น
จิตอาศัยในกายบุญ กายเป็นบุญก็มีความสุข ..จะไปทำอะไร ข้างนอก ..ทำมาหากิน ก็มีความสุข ..เพราะกายนี้ เป็นกายบุญ ..รักจิตของตนเอง ให้มีความสุข ที่เค้ารักใคร ไม่เสมอเท่ารักจิตของตนเเงให้มีความสุข
..เมื่อเรามีความสุข เราก็แบ่งปันความสุขให้ผู้อื่น ให้อารมณ์เป็นทานเกิดขึ้น ไม่ไปถือโทษโกรธใคร ใจเราก็เป็นสุข .จิตเราก็เมตตาเค้าน่ะ เพราะจิตเค้าอยู่ในกายกรรม เค้าก็ต้องทุกข์ทรมาน ด้วยเรื่องราวของกองไฟต่างๆ เดี๋ยวกองนั้นกองไฟนี้ ลุกขึ้นมา บ้างก็เรียกว่า เกิดดับๆ .ไอ้ที่เกิดดับ นั่นมันเป็นกองไฟ เป็นเชื้อไฟ .ที่มันลุก เป็นไฟสุมขอนในเรือนกาย มีเป็นกายกรรม ..สร้างกายให้เป็นกายบุญเถิด จิตเราก็มีความสุข กว้างขวางแบ่งปันความสุขกันได้ จิตเราจะได้มีน้ำเย็น ช่วยคลายร้อน .ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมเยียน .
โฆษณา