17 มี.ค. เวลา 04:48 • ดนตรี เพลง

สำรวจ Malik: อัลบั้มล้ำยุคที่หลอมรวม Afro-Funk, Rock และจิตวิญญาณแห่งแอฟริกา

Lafayette Afro Rock Band เป็นชื่อที่อาจไม่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในยุค 70s แต่ผลกระทบที่พวกเขาทิ้งไว้ในวงการดนตรีกลับแผ่กว้างกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้ว่าวงจะก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริกา แต่ความสำเร็จของพวกเขาเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส ที่ซึ่งพวกเขาได้ค้นพบเอกลักษณ์ของตนเองผ่านการผสมผสานระหว่างแอฟริกันฟังก์ ร็อก และจังหวะอันหนักแน่นของดนตรีแนวเบรกบีต (Breakbeat)
อัลบั้ม "Malik" (1975) ถือเป็นหนึ่งในงานที่สะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการทางดนตรีของวงได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด มันเป็นอัลบั้มที่ไม่เพียงแต่มีพลังทางดนตรีที่ลึกซึ้ง แต่ยังเป็นหลักฐานของความกล้าหาญทางศิลปะที่นำหน้ากาลเวลาของพวกเขา
จิตวิญญาณของ Afro-Funk ที่เปี่ยมไปด้วยพลัง: ความโดดเด่นของ "Malik" ไม่ใช่เพียงเพราะมันเป็นอัลบั้มที่เต็มไปด้วยจังหวะและพลังของฟังก์ แต่เพราะมันเป็นงานที่เต็มไปด้วยองค์ประกอบของความเป็นแอฟริกันที่แท้จริง ซาวด์ที่วงนำมาใช้ในอัลบั้มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลียนแบบหรือดัดแปลง แต่คือการหลอมรวมรากเหง้าของดนตรีแอฟริกันเข้ากับองค์ประกอบของฟังก์และร็อกอย่างแนบเนียน
แทร็กเปิดของอัลบั้มอย่าง "Djungi" เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งนี้ มันเป็นเพลงที่เต็มไปด้วยพลังของจังหวะเพอร์คัสชั่นแบบแอฟริกันที่ผสมผสานกับกีตาร์ไฟฟ้าที่มีความหนักแน่น และเสียงเครื่องเป่าที่เสริมสร้างบรรยากาศให้ทรงพลังมากยิ่งขึ้น เพลงนี้เหมือนเป็นการประกาศว่า "Malik" ไม่ใช่แค่ฟังก์ธรรมดา แต่มันเป็นการเดินทางทางดนตรีที่เต็มไปด้วยความเข้มข้นของอารมณ์และพลังของจังหวะ
อีกเพลงที่สะท้อนถึงการผสมผสานนี้ได้ดีคือ "Avi-vo" ซึ่งมีโครงสร้างที่แตกต่างจากเพลงฟังก์ทั่วไป ด้วยการใช้กลองที่มีจังหวะสลับซับซ้อน เสียงเบสที่หนักแน่น และเมโลดี้ที่ดูล่องลอย การใช้เสียงเครื่องเป่าในเพลงนี้มีความลึกลับและชวนให้ดื่มด่ำ มันเป็นเพลงที่มีพลังในการดึงดูดผู้ฟังเข้าสู่โลกของ Lafayette Afro Rock Band โดยสมบูรณ์
"Malik" และเสน่ห์ของพิธีกรรมแห่งความเร้นลับที่ชวนขยับตัวตาม
ชื่ออัลบั้ม "Malik" มาจากแทร็กไตเติลที่มีชื่อเดียวกัน ซึ่งเป็นเพลงที่สะท้อนถึงเสน่ห์ของความเร้นลับแห่งการทดลองทางดนตรี เพลงนี้ใช้เครื่องดนตรีและจังหวะที่ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นพิธีกรรมบางอย่าง เสียงเครื่องเป่ามีความเยือกเย็น ล่องลอย และคล้อยไปตามจังหวะที่สนุกสนานของเปียโน
ขณะที่ไลน์กลองมีความแน่นและต่อเนื่อง นี่เป็นเพลงที่ทำให้ "Malik" แตกต่างจากอัลบั้มฟังก์ทั่วไป เพราะมันไม่ได้มีเพียงแค่พลังและจังหวะที่หนักแน่น แต่มันยังเต็มไปด้วยบรรยากาศที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปในโลกของดนตรีที่ลึกซึ้ง แปลกใหม่ และรู้สึกอยากขยับตัวได้ในเวลาเดียวกัน
ซาวด์ของอัลบั้มนี้โดยรวมมีความดิบ หนักแน่น และลื่นไหลในแบบที่ให้ความรู้สึกเหมือนวงไม่ได้สร้างสรรค์เพลงเพียงเพื่อเต้นรำ แต่เพื่อทำให้ผู้ฟัง "รู้สึก" จังหวะในระดับที่ลึกกว่านั้น การใช้เบรกบีตจึงเป็นหัวใจสำคัญ
โดยเฉพาะหนึ่งในแทร็กที่โดดเด่นที่สุด อย่าง "Darkest Light" ที่มีเสียงแซกโซโฟนอันลึกลับล่องลอยอยู่เหนือชั้นเบสและกลองที่หนักแน่น คล้อยไปกับเสียงกีต้าร์ที่ร้องโหยหวน ช่วยเร่งบรรยากาศนี้ให้ลึกลับและมืดมนยิ่งขึ้น ทั้งยังกลายเป็นหนึ่งในซาวด์ที่ถูกนำไปใช้เป็นแซมเปิลบ่อยที่สุดในประวัติศาสตร์ฮิปฮอป ตั้งแต่ Public Enemy ไปจนถึง Jay-Z อีกด้วย
ความแข็งแกร่งของ "Malik" จึงคือการไม่พยายามเป็นเพียงอัลบั้มฟังก์ที่เดินตามขนบธรรมเนียม แต่เลือกที่จะหลอมรวมความดิบของร็อกเข้าไปในทำนองและจังหวะแบบแอฟริกัน ในขณะที่เพลงอย่าง "Conga" สะท้อนถึงการผสมผสานของลาตินเพอร์คัสชั่นที่ช่วยเพิ่มความซับซ้อนของชั้นจังหวะให้กับอัลบั้มนี้ ซาวด์กีตาร์ที่มีความแห้งและหนักแน่นในหลาย ๆ แทร็กก่อให้เกิดโครงสร้างที่แตกต่างจากวงฟังก์ในอเมริกาอย่าง Parliament หรือ Kool & The Gang ซึ่งเน้นไปที่ความลื่นไหลและโครงสร้างเพลงแบบป๊อปมากกว่า
อีกแทร็กที่โดดเด่นในอัลบั้มคือ "I Love Music" ซึ่งเป็นเพลงที่มีความเป็นฟังก์ในแบบดั้งเดิมมากกว่าแทร็กอื่น ๆ ของอัลบั้ม มันเป็นเพลงที่มาพร้อมกับจังหวะที่สามารถทำให้คนลุกขึ้นมาเต้นได้ทันที เสียงเบสมีความกลมกลืนกับกลองที่หนักแน่น และเมโลดี้ของเพลงก็มีความสดใสในแบบที่แตกต่างจากเพลงอื่น ๆ อย่างชัดเจน เพลงนี้จึงถือเป็นเครื่องยืนยันว่าวงสามารถรักษามาตราฐานและเอกลักษณ์ของตัวเองไว้ได้ ขณะที่คล้อยและเล่นไปตามกระแสหลักของฟังก์ในยุคนั้น
ไลน์สมาชิกวงตั้งแต่ช่วงปี 1970-1978
อิทธิพลที่ยาวนานของ "Malik"
แม้ว่าในช่วงที่ออกมา "Malik" และ Lafayette Afro Rock Band อาจไม่ได้รับการยอมรับในวงกว้างเหมือนกับวงฟังก์ชื่อดังในยุคนั้น เช่น Funkadelic หรือ Kool & The Gang แต่ผลงานของพวกเขากลับกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่ถูกค้นพบใหม่ในภายหลัง นักดนตรีฮิปฮอปจำนวนมากนำแซมเปิลจากเพลงของพวกเขาไปใช้ และทำให้ซาวด์ของวงกลับมามีชีวิตอีกครั้งในยุคหลัง
ความพิเศษของ "Malik" คือการเป็นอัลบั้มที่สามารถก้าวข้ามขอบเขตของแนวดนตรี ไม่ว่าจะเป็น Funk, Rock, Soul หรือ Afrobeat มันไม่ใช่แค่อัลบั้มที่ฟังเพื่อความบันเทิง แต่เป็นอัลบั้มที่สามารถศึกษาและเรียนรู้จากมันได้ เพราะมันสะท้อนถึงกระบวนการสร้างสรรค์ทางดนตรีที่แหวกแนวและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในขณะที่หลายคนอาจจะรู้จัก Lafayette Afro Rock Band ผ่านแซมเปิลในเพลงฮิปฮอปยุค 90s หรือจากอัลบั้มรวมฮิตอย่าง Darkest Light: The Best of Lafayette Afro Rock Band (1999) หรือ The Ultimate Collection (2001)
แต่อัลบั้ม "Malik" ยังคงเป็นงานที่ควรค่าแก่การฟังแบบเต็มอัลบั้ม ด้วยพลังของจังหวะที่หนักแน่น เมโลดี้ที่ล่องลอย และการผสมผสานขององค์ประกอบดนตรีจากหลายวัฒนธรรม มันเป็นอัลบั้มที่เต็มไปด้วยพลังงานและความซับซ้อนในแบบที่ทำให้ผู้ฟังสามารถค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ได้ทุกครั้งที่กลับมาฟัง
หากคุณเป็นแฟนของฟังก์ยุค 70s หรือสนใจในดนตรีที่มีอิทธิพลต่อฮิปฮอปและแนวดนตรีสมัยใหม่ "Malik" เป็นอัลบั้มที่คุณไม่ควรพลาด มันไม่ใช่เพียงแค่อัลบั้มที่มีเสียงเบรกบีตอันโดดเด่น แต่มันเป็นงานศิลปะที่บอกเล่าเรื่องราวของการเดินทางทางดนตรีที่กล้าหาญและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ เป็นอัลบั้มที่แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร ก็ยังคงถูกค้นพบใหม่ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
Cr. Wikipedia / RateYourMusic
---
โฆษณา