18 มี.ค. เวลา 00:57 • ความคิดเห็น
ขออนุญาตเล่าให้ฟังค่ะ
ตั้งแต่จีนเปิดประเทศหลังโควิดล็อคดาวน์ เราไปเที่ยวจีนมา 4 รอบ / สองรอบแรกยังไม่ฟรีวีซ่า / สองรอบหลังเป็นฟรีวีซ่าแล้ว
ตั้งแต่เป็นฟรีวีซ่า ตอนผ่านตม.แถวยาวมาก ใช้เวลานานมาก จนท.ที่สนามบินจีนตรวจเข้มมาก ในแถวถ้ามีพวกพาสปอร์ตเกลี้ยงๆจนท.จะถามเยอะ แล้วพี่จีนไม่พูด Eng ส่วนน้องไทยก็เลิ่กลั่ก เพราะเพิ่งเที่ยวตปท.ครั้งแรก
อีกกลุ่มคือพวกที่เข้าจีนบ่อยๆค่ะ กลุ่มนี้แทบจะเป็นขวัญใจตม.เลยก็ว่าได้ 555 จนท.ถามเยอะ ถ้าตอบคล่องเกินก็น่าสงสัยไปอีก!! ถึงกับไปตามจนท.อีกคนมาช่วยกันถาม หัวจะปวด
ในความคิดเห็นของเรานะ ตัวมาตรการฟรีวีซ่าไม่ใช่ปัญหาค่ะ แต่อยู่ที่ตัวจนท.ในระดับปฏิบัติ ซึ่งหมายถึงทุกๆภาคส่วน ไม่ใช่เฉพาะตม.แต่รวมถึงจนท.บ้านเมือง ตำรวจ หน่วยงานท้องถิ่น ฯลฯ
1
อันนี้แถมค่ะ ประเทศที่ฟรีวีซ่า ยกตัวอย่างเช่น..
  • 1.
    ญี่ปุ่น – เค้ากระอักกระอ่วนกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนทท.มานานแล้ว แต่ญป.ก็คือญป.น่ะนะ การรับมือมีหลายเลเวล ตั้งแต่จัดทำป้าย-รูปภาพ-ข้อความต่างๆทั้งคำเตือน ข้อห้าม ข้อควร-ไม่ควรปฏิบัติ ฯลฯ ซึ่งพบเจอได้ทั่วไปไม่เฉพาะในสนามบินหรือเมโทร
  • 2.
    เกาหลี – ตม.เข้มมากเฉพาะกับพาสฯไทยนี่แหละ คนไทยโดนส่งกลับเพียบ
  • 3.
    ฮ่องกง – ถือพาสฯไทยแต่เข้าจากจีน โดนกักตัวเฉ๊ย!!
  • 4.
    ตุรกี รัสเซีย จอร์เจีย – ผ่านไม่ยากแต่เข้าประเทศไปแล้วโคตรน่ากลัว!!
  • 5.
    ออสเตรเลีย แคนาดา & กลุ่ม Schengen – เข้าไทยเป็นฟรีวีซ่า แต่ไทยจะไปประเทศเค้าต้องขอวีซ่า
1
การที่ประเทศไหนจะฟรีวีซ่ากับประเทศไหน ไม่ใช่เครดิตหรือผลงานของรัฐบาล อีกทั้งยังไม่ใช่แค่ขั้นตอนเจรจาของจนท.รัฐ แต่สะท้อนนัยยะในแง่ "ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ"
1
ล่าสุดเมกา ระงับวีซ่าจนท.รัฐของไทย (ประเด็นส่งกลับชาวอุยกูร์) นี่ก็เป็นหนึ่งในการใช้เรื่องวีซ่ามาเป็นเครื่องมือทางการเมือง
1
สรุปอีกทีค่ะ จะฟรีวีซ่า หรือจะ VOA หรือจำกัดระยะเวลาที่อนุญาตให้อยู่ในประเทศ หรือใดๆก็ตาม ตราบใดที่ศก.ของประเทศเรายังพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว คนไทยในฐานะเจ้าของประเทศ พึงปฏิบัติตนเป็นเจ้าบ้านที่ดี ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ไม่ใช่เห็นแก่ประโยชน์เล็กๆน้อยๆ
1
อีกทั้งมิใช่จะเอาแต่ถามหาความรับผิดชอบจากจนท.รัฐอยู่ร่ำไป พี่จีนย่างกรายไปที่ไหนใครๆก็ระแวง ดังนั้นพวกเราในฐานะเจ้าของประเทศก็ต้องช่วยๆกันค่ะ
1
โฆษณา