3 เม.ย. เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
Rimping Supermarket NimCity Branch

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “Super Tuscan Wine”( ซูเปอร์ทัสกันไวน์) ไวน์กบฏจากแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี

คำว่า “Super Tuscan” หมายถึงไวน์แดงประเภทหนึ่งจากแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี ที่ฉีกแนวจากบรรทัดฐานการผลิตไวน์แบบดั้งเดิมของอิตาลี เพื่อผลิตไวน์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ และมีคุณภาพสูง โดยไวน์เหล่านี้ได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ และมีอิทธิพลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมไวน์ของอิตาลี
.
เรื่องราวของ Super Tuscan Wine มีประวัติย้อนกลับไปหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เมื่อผู้ผลิตไวน์ในอิตาลีจำนวนมากรู้สึกหงุดหงิดกับข้อจำกัดที่เข้มงวดมากเกินไปของ DOC (Denominazione di Origine Controllata) ที่ตั้งกฏเอาไว้ว่าผู้ผลิตไวน์ในอิตาลีจะต้องใช้องุ่นสายพันธุ์ดั้งเดิมของอิตาลีเท่านั้นในการผลิตไวน์ เพื่อรักษาเอกลักษณ์ของไวน์อิตาลีเอาไว้ แต่อย่างไรก็ตามกฏที่เข้มงวดเหล่านี้่กลับขัดขวางนวัตกรรม และการทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ ของผู้ผลิตไวน์ในอิตาลีจำนวนมาก
.
ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตไวน์ในทัสคานีจึงทดลองปลูกองุ่นพันธุ์ต่างประเทศที่ไม่ใช่พันธุ์ดั้งเดิมของอิตาลีอย่าง Merlot, Cabernet Sauvignon และ Syrah องุ่นพันธุ์ฝรั่งเศส เพื่อใช้ในการผลิตไวน์ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากไวน์เหล่านี้ไม่ได้อยู่ภายใต้กฏระเบียบของ DOC ดังนั้นจึงถูกจัดให้อยู่ในประเภท “Vino da Tavola” ซึ่งเป็นประเภทที่มีคุณภาพต่ำที่สุด หรือเป็นเพียงแค่เทเบิ้ลไวน์ธรรมดาเท่านั้น
.
ในช่วงแรกไวน์ประเภทนี้ยังไม่ได้รับความนิยม และยังคงไม่ถูกเรียกว่า Super Tuscan จนกระทั่งในปี 1968 Mario Incisa della Rocchetta เจ้าของไร่องุ่น Tenuta San Guido ในหมู่บ้าน Bolgheri หนึ่งในผู้บุกเบิกการผลิตไวน์ Super Tuscan ได้เปิดตัวไวน์ Sassicaia ที่ผลิตจากองุ่นสายพันธุ์ Cabernet Sauvignon และ Cabernet Franc บ่มในถังไม้โอ๊คของฝรั่งเศสเป็นไวน์สไตล์ Bordeaux ขวดแรกขึ้นมา
.
เดิมที Rocchetta แอบผลิตไวน์ Sassicaia มาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 เพื่อบริโภคเป็นการส่วนตัว แต่ในปี 1968 เขาก็เริ่มขายไวน์ชนิดนี้ในเชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรก เพื่อต่อต้านข้อบังคับของ DOC
หลังจากเปิดตัวไวน์ Sassicaia ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในทัศคานี สิ่งนี้ทำให้ผู้ผลิตไวน์ในทัศคานีรายอื่น ๆ เริ่มผลิตไวน์ที่ไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบของ DOC กันมากขึ้น (ปัจจุบันไวน์ชนิดนี้คือหนึ่งในไวน์ระดับพรีเมียมที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในโลก)
.
ในปี 1971 Marchese Piero Antinori ผู้ผลิตไวน์ในทัศคานีอีกรายก็เปิดตัว Tignanello ไวน์ที่ผสมผสานระหว่างองุ่นสายพันธุ์ดั้งเดิมของอิตาลีอย่าง Sangiovese เข้ากับองุ่นสายพันธุ์ฝรั่งเศสอย่าง Cabernet Sauvignon และ Cabernet Franc บ่มในถังไม้โอ๊คฝรั่งเศส
ไวน์ชนิดนี้ผลิตใน Chianti ภูมิภาคทางตอนกลางของทัศคานี โดยกฏของที่นี่นี้คือ ไวน์ที่ติดฉลากว่าเป็น Chianti DOC จะต้องผลิตจากองุ่น Sangiovese อย่างน้อย 70 % และที่เหลือทำจากองุ่น Canaiolo และ Malvasia ที่ปลูกในพื้นที่ ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกของภูมิภาคนี้ที่มีการแหกกฏ และไวน์ชนิดนี้ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเช่นกัน
.
ในปี 1978 ไวน์ Super Tuscan ก็ได้รับเสียงชื่นชมในระดับนานาชาติ เมื่อไวน์ Sassicaia สามารถเอาชนะไวน์ชั้นเลิศจากบอร์กโดซ์ (Bordeaux) ได้ จากการชิมไวน์แบบ Blind Tasting ที่กรุงปารีส ซึ่งมีไวน์เข้าร่วมแข่งขันมากถึง 30 ชนิด ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ Super Tuscan กลายเป็นจุดสนใจไปทั่วโลก
.
หลังจากนั้นเป็นต้นมาไวน์ Super Tuscan ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา และกล่าวกันว่าที่นั่นเองที่ไวน์เหล่านี้ได้รับการขนานนามว่า “Super Tuscan” ซึ่งเชื่อกันว่าคำนี้ถูกคิดขึ้นโดย Robert Parker นักวิจารณ์ไวน์ชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นคนกลุ่มแรก ๆ ที่ตระหนักถึงคุณภาพของไวน์ใหม่เหล่านี้
.
ครั้งหนึ่งนักวิจารณ์ไวน์ Robert Parker ได้ให้คะแนนไวน์ Sassacaia ปี 1985 ด้วยคะแนน 100 คะแนน และกล่าวว่า “ไวน์นี้เป็นไวน์ที่น่าประทับใจที่สุดที่ผมเคยพบมาในอาชีพการทำงานตลอด 37 ปี”
ความสำเร็จของ Super Tuscan ส่งผลให้รัฐบาลอิตาลีกำหนดการจำแนกคุณภาพไวน์ใหม่ขึ้นมาในปี 1992 โดยจัดให้ Super Tuscan เป็นไวน์ประเภท Indicazione Geografica Tipica (IGT) (การบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ทั่วไป) ซึ่งเป็นประเภทที่เน้นแหล่งกำเนิดของไวน์มากกว่า แทนที่จะเป็นลักษณะ และสายพันธุ์องุ่น แต่ทั้งนี้ประเภท IGT จะมีลำดับสูงกว่า Vino da Tavola แต่ต่ำกว่าประเภท DOC และ DOCG
.
การจัดประเภทใหม่นี้ทำให้การผลิตไวน์ในอิตาลีมีความยืดหยุ่นมากขึ้นในแง่ของพันธุ์องุ่น และวิธีการผลิต โดยไวน์สามารถผลิตได้จากองุ่นหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงสามารถผลิตได้ในหลายภูมิภาคทั่วอิตาลี ไม่ใช่แค่ทัสคานี และเวลาตั้งชื่อส่วนใหญ่ก็จะตั้งตามภูมิภาค หรือเมืองที่ผลิต
.
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา Super Tuscan ยังคงได้รับการยกย่องในด้านนวัตกรรม และคุณภาพ ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่ออุตสาหกรรมไวน์ระดับโลก เนื่องจากไวน์เหล่านี้ได้สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ผลิตไวน์ทั่วโลกทดลองใช้ส่วนผสม และเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อขยายขอบเขตการผลิตไวน์
.
นอกจากนี้ความสำเร็จของไวน์ Super Tuscan ยังช่วยยกระดับชื่อเสียงของไวน์อิตาลีบนเวทีระดับโลกด้วย ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าอิตาลีสามารถผลิตไวน์ระดับโลกที่เทียบเคียงกับไวน์ของฝรั่งเศส และประเทศผู้ผลิตไวน์ชั้นนำอื่น ๆ ได้
.
ทุกวันนี้ Super Tuscan ยังคงเป็นไวน์ที่เป็นที่ต้องการ และได้รับการยกย่องอย่างสูงที่สุดในโลก โดยมักจะมีราคาสูง และได้รับคะแนนสูงสุดจากนักวิจารณ์อยู่เสมอ
โฆษณา