19 มี.ค. เวลา 07:04 • อาหาร

🤔 ทำไมต้องกินเลซิติน

🎯เลซิตินมีสารสำคัญ คือ ฟอสฟาติดิลโคลีน (Phosphatidylcholine) ซึ่งมีบทบาทดังนี้:
1. บำรุงสมองและระบบประสาท
โคลีน (Choline) ในเลซิตินเป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาทอะเซทิลโคลีน (Acetylcholine) ที่เกี่ยวข้องกับความจำและการเรียนรู้ นอกจากนี้โคลีนยังเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ประสาท ซึ่งมีความสำคัญต่อการทำงานของเซลล์ประสาท
งานวิจัยเกี่ยวกับเลซิตินกับการชะลอความเสื่อมของสมองยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น ผลลัพธ์ยังไม่ชัดเจน จำเป็นต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมในกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่และระยะยาว
2. ช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอล
เลซิตินอาจช่วยละลายคอเลสเตอรอลในเลือด ลดการเกาะตัวของไขมันในหลอดเลือด​ โดยเพิ่มการสร้าง HDL (คอเลสเตอรอลชนิดดี) และลดการดูดซึม LDL (คอเลสเตอรอลชนิดเลว) ในลำไส้​ ซึ่งผลลัพธ์ของงานวิจัยเกี่ยวกับเลซิตินกับการลดคอเลสเตอรอลอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับชนิดของเลซิตินและปริมาณที่ใช้
3. ป้องกันการสะสมของไขมันในตับ (ภาวะไขมันพอกตับ) และส่งเสริมการขับสารพิษ
4. ช่วยในการย่อยไขมัน
เลซิตินทำหน้าที่เป็นอิมัลซิไฟเออร์ (สารช่วยผสมน้ำกับน้ำมัน) ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตะมินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K) ได้ดีขึ้น​
5. เลซิตินเป็นส่วนประกอบของเยื่อหุ้มเซลล์ ช่วยรักษาความชุ่มชื้นของผิว ใช้เป็นส่วนผสมในครีมบำรุงผิว
🍲🫕🍳🍱แหล่งอาหารที่มีเลซิตินตามธรรมชาติ
ถั่วเหลือง (เต้าหู้, น้ำนมถั่วเหลือง)
ไข่แดง
เมล็ดทานตะวัน
เนื้อสัตว์และตับ
>>>>>>>>
🧑‍🍼เลซิตินกับปัญหาท่อน้ำนมอุดตันในแม่ให้นม
 
ผู้หญิงบางรายที่ให้นมบุตรอาจประสบภาวะท่อน้ำนมอุดตัน ซึ่งเกิดจากน้ำนมไหลผ่านท่อน้ำนมไม่สะดวก ส่งผลให้เกิดความเจ็บปวดและทำให้การให้นมลูกเป็นไปได้ยากขึ้น ซึ่งภาวะท่อน้ำนมอุดตันอาจทำให้เกิดเต้านมอักเสบ (Mastitis) หรือการติดเชื้อในเนื้อเยื่อเต้านม โดยพบได้ประมาณ 10% ของแม่ชาวอเมริกันที่ให้นมบุตร
คำแนะนำในการป้องกัน
- มูลนิธิการให้นมบุตรแห่งแคนาดา (Canadian Breastfeeding Foundation) แนะนำให้แม่ที่ให้นมบุตรที่ประสบปัญหาท่อน้ำนมอุดตันซ้ำๆ กินเลซิตินขนาด 1,200 มิลลิกรัม วันละ 4 ครั้ง เพื่อป้องกัน
ข้อควรรู้
- ผู้ที่มีท่อน้ำนมอุดตันแล้ว เลซิตินไม่ได้ช่วยรักษา แต่ใช้เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดซ้ำ
- หากมีอาการเต้านมอักเสบรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม
- แม้องค์กร Canadian Breastfeeding Foundation จะแนะนำให้แม่ให้นมใช้เลซิตินเพื่อป้องกันท่อน้ำนมอุดตัน แต่ยังขาดงานวิจัยรองรับถึงความปลอดภัยในการใช้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร จึงควรใช้ภายใต้การดูแลแพทย์เท่านั้น
>>>>>>>>
🔰ความปลอดภัยและข้อแนะนำในการใช้เลซิติน
องค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (US FDA) ได้รับรองว่าเมื่อใช้เลซิตินในปริมาณที่เหมาะสม มีความปลอดภัย เกิดผลข้างเคียงต่ำ (Generally Recognized as Safe - GRAS)
ปริมาณการใช้
- ยังไม่มีข้อกำหนดปริมาณที่แนะนำอย่างเป็นทางการ
- มีความปลอดภัยเมื่อกินเป็นอาหารเสริม
- ไม่ควรกินเกิน 5,000 มก. ต่อวัน ​
ผลข้างเคียงที่อาจพบ เมื่อกินในขนาดวันละ 30 กรัมติดต่อกันนาน 6 สัปดาห์
- ท้องเสีย
- คลื่นไส้
- ปวดท้อง
- น้ำลายเพิ่มมากผิดปกติ
- อาการแน่นท้อง
❗ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
โดยทั่วไปเลซิตินถือว่าปลอดภัยสำหรับคนส่วนใหญ่เมื่อกิน ทาผิว หรือฉีดเข้าหลอดเลือดดำ/ใต้ผิวหนัง อย่างไรก็ตาม บางกลุ่มควรระวังหรือหลีกเลี่ยง เนื่องจากอาจมีข้อห้ามใช้ ดังนี้
📛กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ
1. หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ยังไม่มีข้อมูลยืนยันความปลอดภัยเพียงพอ แนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้ในเด็ก
-​ เลซิติน​จะถูกย่อยสลาย​เป็นโคลีน โดยปริมาณ​โคลีนที่หญิงมีครรภ์​ได้รับอย่างเหมาะสมใน1วันคือ​ 450 มิลลิกรัม​
- ในกรณีให้นมบุตร ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยปริมาณ​โคลีนที่หญิงให้นมบุตรได้รับอย่างเหมาะสมใน1วันคือ​ 550 มิลลิกรัม​
2. ผู้แพ้ไข่หรือถั่วเหลือง
- ในผู้ที่แพ้ไข่หรือถั่วเหลือง​ เลซิติน​ชนิด​ Soy Lecithin และ​ egg Lecithin อาจกระตุ้นอาการแพ้ทางผิวหนัง ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรงควรหลีกเลี่ยง
-​ หากเกิดอาการแพ้รุนแรง เช่น ลมพิษ หายใจลำบาก บวมที่ใบหน้า/ปาก/ลิ้น/คอ ต้องไปโรงพยาบาลทันที
-​ในกรณีที่จำเป็นต้องใช้​ อาจต้องใช้เลซิตินที่ได้จากแหล่งอื่น เช่น​ Sunflower lecithin
3. ผู้ใช้ยาบางชนิด
- เลซิตินอาจเพิ่มการดูดซึมยาทาหรือสเปรย์แก้ปวดกลุ่มไดโคลฟีแนค ควรปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ร่วมกับยาอื่น
-​ ถั่วเหลืองที่เป็นต้นกำเนิดของ​ Soy lecithin จะต้านฤทธิ์​ยาละลายลิ่มเลือด​ warfarin
4. ผู้ป่วยโรคไต
- ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ต้องระวังปริมาณ​ฟอสฟอรัส​ ไม่ควรกินเลซิติน​ เนื่องจาก​ ในเลซิตินบางชนิดอาจมีฟอสฟอรัส​
5. โรคอื่นๆ
-​ แม้งานวิจัยเบื้องต้นชี้ว่าเลซิตินอาจช่วยลดไขมันสะสมในตับ สำหรับผู้ที่ได้รับสารอาหารทางหลอดเลือดดำระยะยาว ควรใช้ภายใต้การดูแลแพทย์ ​
- โรคอื่นๆ เช่น ลำไส้ใหญ่อักเสบ ไขมันในเลือดสูง แม้บางการศึกษาพบว่ามีประโยชน์ แต่ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- ผู้มีคอเลสเตอรอลสูง หรือประวัติโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้
🫵คำแนะนำสำคัญ
1. ศึกษาคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์และปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ ในกรณีที่:
- มีโรคประจำตัว
- กำลังใช้ยาอื่น
- มีประวัติแพ้
2. เลือกซื้ออาหารเสริมจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงสารปนเปื้อน
🧑‍🔬 เลซิตินมีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายด้าน แต่ควรกินในปริมาณที่เหมาะสม และหากต้องการใช้เป็นอาหารเสริม ควรปรึกษาเภสัชกรหรือนักโภชนาการเพื่อความปลอดภัย
💢ข้อมูล DEEPSEEK AI
GEMINI AI
LINER AI
BETTERCM 250319
โฆษณา