21 มี.ค. เวลา 03:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สิงคโปร์ ประเทศแห่ง “ฮับ” โลจิสติกส์ การเงิน การศึกษา ของอาเซียน

สิงคโปร์ หนึ่งในประเทศเพื่อนบ้านของไทย ที่มีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร และมีประชากรเพียง 6 ล้านคนเท่านั้น
แม้คนจะน้อย และมีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก แต่สิงคโปร์ก็ถือว่าเป็น “เล็กพริกขี้หนู” เพราะเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของอาเซียน
ความสำเร็จของสิงคโปร์ มาจากการปั้นตัวเองให้เป็น “Hub” หรือศูนย์กลางในด้านต่าง ๆ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
แล้ว Hub ด้านไหนบ้าง ที่สิงคโปร์ปั้นขึ้นมา
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
สิงคโปร์ ประเทศเล็ก ๆ ที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสหพันธรัฐมาลายา หรือมาเลเซีย แม้ต่อมาจะถูกขับออก และกลายมาเป็นประเทศเอกราช
แต่สิงคโปร์ก็สามารถทำให้ประเทศตัวเอง กลายมาเป็น “Hub” หรือศูนย์กลางด้านต่าง ๆ ประจำภูมิภาค ตลอดจนระดับโลกได้สำเร็จ
แล้วสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางด้านใดบ้าง ?
อย่างแรกก็คือ ศูนย์กลางการเดินทางและการขนส่ง
ด้วยทำเลที่ตั้ง ที่อยู่ปลายสุดของแหลมมลายู ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญระหว่างมหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก
ทำให้สิงคโปร์ มีสถานะเป็นเมืองท่าที่สำคัญมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคที่ถูกปกครองโดยอังกฤษ
ซึ่งหลังจากที่เป็นประเทศเอกราชเต็มตัวในปี 1965 รัฐบาลสิงคโปร์ ก็เลือกที่จะมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมขนส่งและโลจิสติกส์ ให้เป็นแกนหลักของเศรษฐกิจของประเทศ
2
จนทำให้ในปัจจุบันสิงคโปร์ มีท่าเรือขนาดใหญ่มากมาย ทั้งท่าเทียบเรือสำราญ รวมถึงท่าเรือน้ำลึกสำหรับขนส่งสินค้าที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
แน่นอนว่า สิงคโปร์ไม่จบแค่ทางน้ำเท่านั้น เพราะสิงคโปร์ยังมีสนามบินนานาชาติขนาดใหญ่อย่าง สนามบินนานาชาติชางงี และมีสายการบินชั้นนำอย่าง Singapore Airlines
ซึ่งตัวสนามบินชางงีนั้น ถือเป็นศูนย์กลางการบินประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นคู่แข่งสำคัญของสนามบินสุวรรณภูมิ
เห็นได้จากการที่สายการบินมากมาย เลือกที่จะใช้สนามบินชางงีเป็นจุดแวะพัก ก่อนที่จะบินต่อไปยังจุดหมายปลายทาง เช่น
- Qantas สายการบินจากออสเตรเลีย ใช้เป็นจุดแวะพัก ก่อนบินต่อไปยังกรุงลอนดอน ของอังกฤษ
- Emirates สายการบินของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ใช้เป็นจุดแวะพัก ก่อนบินต่อไปยังกรุงพนมเปญ ของกัมพูชา
- Saudia สายการบินจากซาอุดีอาระเบีย ใช้เป็นจุดแวะพัก ก่อนบินต่อไปยังนครเด็นปาซาร์ ของอินโดนีเซีย
จะเห็นว่าสิงคโปร์นั้น แม้จะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ก็ถือเป็นศูนย์กลางการขนส่งที่สำคัญ ทั้งทางน้ำและทางอากาศ และนำไปสู่การเป็น Hub อื่น ๆ
อย่างศูนย์กลางทางการค้าและการเงิน..
จากการเป็นเมืองท่าสำคัญมาอย่างยาวนาน ทำให้รัฐบาลสิงคโปร์ ยกระดับข้อได้เปรียบตรงนี้ให้กว้างขึ้น
โดยการปั้นตัวเองให้เป็น Hub ของการค้า การเงินและการลงทุน ด้วยการผ่อนคลายกฎระเบียบ ไปจนถึงสนับสนุนให้บริษัทข้ามชาติต่าง ๆ เข้ามาตั้งสำนักงานในสิงคโปร์
โดยตัวอย่างของบริษัทข้ามชาติ ที่มีสำนักงานภูมิภาคในสิงคโปร์ เช่น Apple, Meta, Google ไปจนถึงบริษัทขนส่งยักษ์ใหญ่อย่าง FedEx
1
นอกจากนี้ สิงคโปร์ยังถือเป็นศูนย์กลางของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ประจำภูมิภาค ซึ่งราคาน้ำมันในประเทศไทยเอง ก็อ้างอิงมาจากราคาน้ำมันในตลาดสิงคโปร์เช่นกัน
ในขณะที่บรรดากองทุนรวมทองคำ ที่คนไทยนิยมลงทุน ก็มักจะลงทุนใน SPDR Gold Shares ที่ได้เข้ามาจดทะเบียนซื้อขายอยู่ในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์เช่นกัน
แม้แต่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) หรือ ThaiBev เจ้าของเครื่องดื่มเบียร์ช้าง และธุรกิจอื่น ๆ ในเครือ ก็ไปจดทะเบียนที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์
ทั้งหมดนี้ ทำให้สิงคโปร์ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เทียบชั้นกับมหานครนิวยอร์ก ของสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้อาจเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าหากไม่มีทรัพยากรที่มีคุณค่ามากที่สุดอย่าง “ทรัพยากรมนุษย์” ที่มาจากการเป็น Hub ด้านการศึกษาชั้นนำของภูมิภาค
สิงคโปร์ เป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพการศึกษาอย่างมาก
โดยนอกเหนือจากสหรัฐอเมริกาและยุโรปแล้ว สิงคโปร์ยังเป็นประเทศที่มีนักศึกษาในภูมิภาคเดินทางไปเรียนต่อเป็นจำนวนมาก
นำโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำอย่าง National University of Singapore และ Nanyang Technological University ซึ่งทั้งคู่นั้น ติดอันดับ 8 และอันดับ 15 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปี 2025 ตามลำดับ
หรือแม้แต่สถาบันการศึกษาระดับโลกอย่าง INSEAD และ ESSEC ซึ่งเป็นสถาบันผู้นำด้าน MBA รวมถึง Technical University of Munich ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของเยอรมนี ก็มีการไปตั้ง Campus ในสิงคโปร์
ทั้งหมดนี้ มาจากความพยายามของรัฐบาลสิงคโปร์ในยุคก่อนที่มองว่า แม้ตัวเองไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมากนัก แต่สิ่งเดียวที่จะทำให้สิงคโปร์ยิ่งใหญ่ได้ ก็คือทรัพยากรมนุษย์
2
และสิ่งที่จะทำให้ทรัพยากรมนุษย์มีคุณค่านั้น ก็หนีไม่พ้น “การศึกษาที่มีคุณภาพ” และเป็นที่มาของโครงการต่าง ๆ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาวสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็น
2
- ระบบการศึกษาที่เป็นสากล และมีประสิทธิภาพ
- สร้างบุคลากรที่มีคุณภาพสูง
- นโยบายการเรียนการสอน แบบ 2 ภาษา โดยมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก
4
ตรงนี้เอง นอกจากจะทำให้ประชากรชาวสิงคโปร์ ได้รับการศึกษาที่ดีแล้ว ยังทำให้สิงคโปร์ กลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาของภูมิภาค ไปโดยปริยาย
ซึ่งนอกจากการเป็น Hub ทั้งด้านโลจิสติกส์ การเงิน และการศึกษาแล้ว สิงคโปร์ยังใช้ประโยชน์จากทำเลที่ตั้ง ในการดึงดูดเม็ดเงินผ่านการเป็นศูนย์กลางของอิเวนต์ระดับโลกมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นงานคอนเสิร์ตของศิลปินระดับโลก หรืองานนิทรรศการและจัดแสดงต่าง ๆ ซึ่งล้วนสร้างทั้งเม็ดเงินและชื่อเสียง ให้แก่สิงคโปร์ได้อย่างมหาศาล
ความสำเร็จต่าง ๆ ของสิงคโปร์ในวันนี้นั้น ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย แต่ล้วนมาจากความพยายามและตั้งใจในอดีต ที่จะปั้นตัวเองให้เข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานโลก
1
ซึ่งผลที่ได้ ก็ทำให้ประเทศเล็กพริกขี้หนูแห่งนี้ กลายเป็น Hub ชั้นนำ ทั้งในระดับภูมิภาค และระดับโลก..
โฆษณา