24 มี.ค. เวลา 16:13 • ความคิดเห็น
เราเคยถามพระ ในเรื่องรางของคำว่า ธาตุทั้งสี่ ว่า จิตที่ออกจากกายไปนั้น มีธาตุทั้งสี่มั้ย ท่านก็บอกว่า ยังมีอยู่ ในจิตที่ไปเกิดในสภาพที่เป็นนามธรรม ก็ยังมีธาตุทั้งสี่อยู่ แล้วก็ความละเอียดของธาตุที่แตกต่างกันไป จิตที่เป็นนามธรรม เทพยดาอินทร์พรหม เค้าไม่มีกายเป็นมนุษย์ .แต่เค้าก็ฟังธรรม เก็บไว้กับธาตุทั้งสี่ของเค้า
1
จิตที่มีกาย เป็นเทพยดาอินทร์พรหม เค้ามีแต่ความสุข ไม่มีอารมณ์ โลภโกรธหลงเหมือนกายมนุษย์ เมื่อหมดบุญพยุงกายเป็นเทพยดาอินทร์พรหม ก็ต้องลงมาเกิดใหม่ ต้องอาศัยธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา ก่อตัวขึ้นมา ให้ธาตุทั้งสี่ นั่นไปประกอบกับธาตุนะโม จิตก็ตามมากับธาตุทั้งสี่
1
จิตที่สะสมบุญกุศลมาดี กับธาตุทั้งสี่ ก็มาประกอบ กายให้ครบสามสิบสอง หรือ ทำไว้ สะสมไม่ดี ธาตุทั้งสี่ก็ประกอบ ขึ้นรูปมาไม่ดี ไม่ครบอาการสามสิบสอง คราวนี้ เมื่อเกิดมาอาการครบสามสิบสอง อยู่ใช้กายไปเรื่อย อาการที่ครบสามสิบสอง ก็เกิดไม่ครบ ใช้ชีวิตก็ลำบาก นั้นก็ด้วยบุญกรรมที่สะสมมาเอง ที่ธาตุทั้งสี่บันทึกไว้ให้
1
เมือมีชีวิต กรรมที่อยู่กับธาตุทั้งสี่ ก็ไหลออกมา เป็นอารมณ์ความรู้สึก นึกคิด อารมณ์กรรมต่างๆ แล้วหยุดได้มั้ย .อารมณ์กรรม ..หยุดไม่ได้ ก็สร้างเวรกรรมกันต่อไป ..จึงต้องเกิดแล้ว เกิดอีก ..เกิดที่ไร ก็ไม่รู้จักอารมณ์ ไม่รู้จักกรรมก็เลยไม่นึกคิด ไม่มีความคิดที่จะหนีกรรม กลับเห็นอารมณ์ ตัณหาราคะ ต่างๆ ทำให้มีสุข จึงเสาะแสวงหา วัตถุสิ่งของมาเสพ อารมณ์เค้าเสพ .สมปรารถนาของอารมณ์ ..แล้วอารมณ์นั้นก็นอนลงไปอยู่ข้างจิต เดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาใหม่
1
จิตทำตามอารมณ์ ..จิตนั้นก็ได้กรรมไป เช่น โมโหไปตบตีใคร เค้าเจ็บตาย ตัวเองก็ไปติดคุก ..เพียงแค่อารมณ์ชั่ววูบ . กายก็ถูกกักขังจิตก็ตามกายไป ..ถูกกักขังไปด้วย
1
โฆษณา