Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
บอกให้รวย
•
ติดตาม
26 มี.ค. เวลา 04:42 • บ้าน & สวน
เดอะ ไลน์ พหลฯ - ประดิพัทธ์
การติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องแอร์ กันทำไม
ในคอนโดสมัยใหม่ มัก ไม่ติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องนอน เพราะมีการออกแบบระบบระบายอากาศที่แตกต่างไปจากบ้านหรือคอนโดรุ่นเก่า โดยมีเหตุผลหลักดังนี้:
1. ใช้ระบบระบายอากาศแบบใหม่ (Ventilation System)
คอนโดสมัยใหม่มักมีระบบระบายอากาศแบบ Fresh Air หรือ Air Exchange System ที่ช่วยนำอากาศภายนอกเข้ามาหมุนเวียนโดยไม่ต้องพึ่งพาพัดลมดูดอากาศแบบเดิม เช่น
1.
ระบบ Heat Recovery Ventilation (HRV) หรือ Energy Recovery Ventilation (ERV) ซึ่งช่วยถ่ายเทอากาศเก่าออกและนำอากาศใหม่เข้ามา พร้อมลดการสูญเสียพลังงาน
2.
เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่บางรุ่นมีฟังก์ชัน Air Exchange ที่ช่วยหมุนเวียนอากาศจากภายนอก
2. การออกแบบอาคารที่เอื้อต่อการระบายอากาศ
คอนโดสมัยใหม่มักมีการออกแบบให้ อากาศหมุนเวียนได้ดีขึ้น โดยใช้
1.
ช่องระบายอากาศเหนือประตู
2.
การออกแบบหน้าต่างที่ช่วยให้ลมพัดผ่านได้ดี
3.
ระบบดูดอากาศเฉพาะจุด เช่น ในห้องน้ำและห้องครัว
3. ลดเสียงรบกวนและการรั่วไหลของอากาศ
1.
พัดลมดูดอากาศอาจทำให้เกิดเสียงรบกวน ซึ่งไม่เหมาะกับห้องนอนที่ต้องการความเงียบ
2.
การใช้พัดลมดูดอากาศในห้องนอนอาจทำให้ อากาศเย็นจากแอร์รั่วออกไป ทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน
4. แอร์และเครื่องฟอกอากาศช่วยทดแทนได้
1.
เครื่องปรับอากาศรุ่นใหม่มักมี ฟังก์ชันฟอกอากาศ (Air Purifier) ที่ช่วยกรองฝุ่น PM2.5 และแบคทีเรีย
2.
บางห้องอาจมีเครื่องฟอกอากาศแยกต่างหากที่สามารถหมุนเวียนอากาศและกำจัดกลิ่นได้
5. กฎหมายอาคารและข้อกำหนดด้านพลังงาน
1.
ในบางประเทศ มีข้อกำหนดเกี่ยวกับ การประหยัดพลังงาน (Energy Efficiency) ทำให้การใช้พัดลมดูดอากาศแบบเก่าอาจไม่สอดคล้องกับมาตรฐาน
2.
คอนโดบางแห่งเลือกใช้ระบบระบายอากาศแบบ ส่วนกลาง แทนการติดตั้งพัดลมดูดอากาศในแต่ละยูนิต
สรุป
คอนโดสมัยใหม่ไม่ค่อยติดตั้งพัดลมดูดอากาศในห้องนอน เพราะมี ระบบระบายอากาศที่ดีขึ้น, ใช้ เทคโนโลยีแอร์และฟอกอากาศที่ทันสมัย, และต้องการ ประหยัดพลังงาน รวมถึงลดเสียงรบกวน ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้พัดลมดูดอากาศแบบเดิมอีกต่อไป
แอร์ อาจจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกบ้านช่วงฤดูร้อน
แม้จะติดตั้งเครื่องปรับอากาศ (แอร์) ในห้องนอนแล้ว แต่ยังคงต้องติดตั้ง พัดลมดูดอากาศ ในบางกรณี เนื่องจากเหตุผลต่อไปนี้:
1. ระบายอากาศและลดความอับชื้น
แอร์ทำหน้าที่ทำความเย็นและลดความชื้นในอากาศภายในห้อง แต่ ไม่ได้ช่วยระบายอากาศ ออกไปข้างนอก ห้องที่ปิดสนิทอาจเกิดการสะสมของ กลิ่นอับ ความชื้น และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) จากการหายใจ ซึ่งอาจทำให้อากาศในห้องไม่บริสุทธิ์
2. เพิ่มการหมุนเวียนอากาศ (Ventilation)
หากห้องไม่มีช่องระบายอากาศ (เช่น หน้าต่างเปิดไม่สะดวก) การติดพัดลมดูดอากาศช่วยนำอากาศเสียออกไป และดึงอากาศใหม่จากภายนอกเข้ามา ทำให้ห้องมีอากาศสดชื่นขึ้น
3. ลดความชื้นสะสม ป้องกันเชื้อรา
แม้ว่าแอร์จะช่วยลดความชื้นได้ แต่หากอากาศในห้องไม่ถูกถ่ายเท ความชื้นอาจสะสมตามผนังหรือซอกมุม ทำให้เกิด เชื้อรา ได้ง่าย โดยเฉพาะในห้องที่ไม่มีแสงแดดส่องถึง
4. ช่วยลดกลิ่นอับและกลิ่นไม่พึงประสงค์
ห้องที่ใช้แอร์อย่างเดียวมักจะมีอากาศหมุนเวียนอยู่ในระบบปิด ถ้ามีกลิ่นอาหาร กลิ่นเหงื่อ หรือกลิ่นอื่น ๆ อาจสะสมอยู่ในห้อง พัดลมดูดอากาศช่วยถ่ายเทกลิ่นเหล่านี้ออกไป
เมื่อไหร่ที่ไม่จำเป็นต้องติดพัดลมดูดอากาศ?
1.
หากห้องมี หน้าต่างหรือช่องระบายอากาศที่เปิดได้ง่าย และมีลมพัดผ่านเป็นประจำ
2.
หากใช้แอร์ที่มีระบบ Air Exchange หรือระบบฟอกอากาศที่สามารถถ่ายเทอากาศได้
สรุป
แม้ว่าจะติดแอร์แล้ว แต่พัดลมดูดอากาศยังมีประโยชน์ในการช่วยระบายอากาศ ลดความชื้น และป้องกันกลิ่นอับ การติดตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับลักษณะของห้องว่ามีช่องระบายอากาศเพียงพอหรือไม่
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก Chat GPT ครับ
เรื่องเล่า
ความรู้รอบตัว
ไลฟ์สไตล์
บันทึก
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย