26 มี.ค. เวลา 05:22 • ธุรกิจ

AI จะทำให้ จีน อเมริกา ไม่เข้าสู่ทศวรรษที่สูญหาย

ผู้คนทั่วโลกในอีก 10 ปีต่อจากนี้ จะมีความต้องการด้าน AI เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด
ใครไม่ใช้ AI ก็จะเป็นคนหรือประเทศที่ถอยหลัง ตามคนอื่นไม่ทัน
1
สำหรับเรื่อง AI ถ้าถามว่าใครชนะ ?
ลงทุนแมนคิดว่าแบ่งเป็น 2 ขั้ว ซึ่งก็คือ สหรัฐอเมริกา และจีน
โดยทั้ง 2 ประเทศนี้จะชนะในอุตสาหกรรมนี้ด้วยกันทั้งคู่ แต่เป็นคนละด้าน
ผู้คนทั่วโลกจะใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการจาก 2 ประเทศนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เรื่องนี้เป็นอย่างไร
ทำไมทศวรรษที่สูญหาย จะไม่เกิดขึ้นกับสหรัฐอเมริกา​ และจีน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เรื่องแรก
“จีน” จะชนะในอุตสาหกรรม AI ด้าน Hardware อุปกรณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ โดรน, เครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน, รถยนต์ไฟฟ้า รวมไปถึง Humanoid Robot หรือหุ่นยนต์แทนมนุษย์ในอนาคต
บริษัท DJI จากเซินเจิ้น เป็นผู้นำระดับโลกด้านโดรนเพื่อการถ่ายภาพทางอากาศ ลูกค้ามีทั้งคนทั่วไปและภาคธุรกิจ เช่น ภาคเกษตรกรรม, กู้ภัย และการสำรวจพื้นที่ ในอนาคตโดรนจะมีบทบาทมากขึ้นในเรื่องอาวุธอีกด้วย
บริษัท Huawei จากเซินเจิ้น ผู้นำระดับโลกด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีลูกค้าครอบคลุมทั้งภาคเอกชนและรัฐบาลในหลายประเทศ
และบริษัทยังมีธุรกิจสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์อัจฉริยะ ซึ่งในอนาคต มีเป้าหมายขยายบทบาทด้านคลาวด์, AI และระบบปฏิบัติการของตนเอง เพื่อสร้าง Ecosystem ที่ไม่พึ่งพาเทคโนโลยีตะวันตก
บริษัท Xiaomi จากปักกิ่ง ชื่อนี้ไม่ต้องอธิบายมาก เป็นผู้ผลิตสมาร์ตโฟน เครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ เช่น เครื่องกรองอากาศ, หุ่นยนต์ดูดฝุ่น, กล้องวงจรปิด และล่าสุด Xiaomi ขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ในจีนแล้ว ซึ่งในอนาคต AI จะเข้าไปในทุกอุปกรณ์ของ Xiaomi และจะทำให้ Xiaomi เป็นผู้ชนะไปทั่วโลกได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
นอกจาก DJI, Huawei, Xiaomi ที่คนไทยรู้จักกันดี พูดไปคนอ่านก็คงบอกว่ารู้อยู่แล้ว ดังนั้นลงทุนแมนจะขอพูดถึงบริษัทที่คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยกันบ้าง
บริษัท Haier จากชิงเต่า เป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ใหญ่มากสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งจะต่างจาก Xiaomi ตรงที่ Haier เน้นไปทางอุปกรณ์หนัก เช่น ตู้เย็น, เครื่องซักผ้า, เครื่องปรับอากาศ อัจฉริยะ และในอนาคตสิ่งเหล่านี้ก็จะผนวกกับ AI มากขึ้น
บริษัท Li Auto จากปักกิ่ง บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของจีน ที่กำลังมาแรงมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมสำหรับครอบครัว ซึ่งเน้นในเรื่องการขับเคลื่อนอัตโนมัติ และอนาคตก็มีแผนที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid
นี่เป็นตัวอย่างบริษัทอุปกรณ์ Hardware ในจีน ที่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของโลก
ส่วนฝั่ง “สหรัฐอเมริกา”
บริษัทชั้นนำ จากสหรัฐอเมริกา จะยังคงความได้เปรียบในอุตสาหกรรม AI ด้าน Software เพราะจากการที่มีแบรนด์ หรือแพลตฟอร์มที่เข้าถึงผู้คนทั่วโลก ตั้งแต่ โซเชียลมีเดีย, วิดีโอสตรีมมิง, ระบบค้นหาข้อมูล, ระบบจัดการบริษัท, ระบบข้อมูลตัดสินใจ, ระบบ Cybersecurity, ระบบออกแบบกราฟิกภาพเคลื่อนไหว สิ่งเหล่านี้ผู้คนทั่วโลกคุ้นเคยและไว้ใจในความเป็น Software อเมริกัน
ซึ่งเชื่อได้ว่าต่อให้จีนพัฒนา Software เก่งแค่ไหน ก็น่าจะมีแต่คนในประเทศจีนใช้กันเอง ยากที่จะนำเสนอต่อคนทั่วโลกได้เหมือน Software อเมริกัน
บริษัท Meta จากแคลิฟอร์เนีย เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การเข้ามาของ AI จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการคัดเลือกเนื้อหาคอนเทนต์ การคัดเลือกโฆษณา ให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น จนเรียกได้ว่าบริษัทนี้น่าจะได้อานิสงส์จาก AI แบบตรงที่สุดแล้ว
บริษัท Microsoft จากวอชิงตัน เป็นเจ้าของเครื่องมือการทำงานที่ทุกคนทั่วโลกใช้ การเข้ามาของ AI จะเสริมให้เครื่องมือเหล่านี้ทรงพลังมากขึ้น
บริษัท Amazon จากซีแอตเทิล เป็นเจ้าของบริการคลาวด์ระดับโลกอย่าง AWS ที่ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแก่สตาร์ตอัป ไปจนถึงองค์กรระดับประเทศ ซึ่ง AWS เป็นผู้ให้บริการเบื้องหลังของโมเดล AI ชั้นนำจำนวนมาก
เช่นเดียวกัน Meta, Microsoft, Amazon คนไทยคงรู้จักอยู่แล้ว จะขอพูดถึงบริษัทที่คนไทยไม่คุ้นชื่อกันบ้าง
บริษัท CrowdStrike จากเท็กซัส เป็นเจ้าของระบบรักษาความปลอดภัยในโลกดิจิทัล ที่คอยใช้ AI ตรวจพฤติกรรมภัยคุกคาม โดยยึดหลักการที่ว่า Zero Trust Security ไม่ไว้ใจใครเลยแม้จะอยู่ในเครือข่าย ซึ่งในยุคถัดไป ลูกค้าองค์กรต่าง ๆ จำเป็นต้องใช้ระบบเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บริษัท Salesforce จากแคลิฟอร์เนีย เป็นเจ้าของระบบบริหารการขาย CRM การตลาด ที่หลายองค์กรใช้ และจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในยุคที่ใช้ AI มาช่วยในการวิเคราะห์การขาย
คำถามต่อไปก็คือ
แล้วฝั่งสหรัฐอเมริกาจะมีบริษัทที่เก่งใน Hardware บ้างไหม ?
และฝั่งจีนจะมีบริษัทที่เก่งใน Software บ้างไหม ?
คำตอบคือมี ฝั่ง Hardware ที่สหรัฐอเมริกายังดูเหมือนว่าจะนำอยู่ ตอนนี้คือมีแค่ ชิปของ Nvidia ชิปของ Qualcomm หรือ Broadcom ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ กับสมาร์ตโฟน Apple ที่ยังคงครองส่วนแบ่งมูลค่าการตลาดได้มากที่สุดในโลกอยู่
ส่วนฝั่ง Software ที่จีนเด่นก็มีเยอะ ซึ่งก็จะครองตลาดในประเทศจีนเกือบทั้งหมด เพราะ Software ส่วนใหญ่ของบริษัทอเมริกันไม่สามารถให้บริการในจีนได้
สำหรับความกังวลว่าใน 10 ปีต่อจากนี้ จะเป็นทศวรรษที่สูญหายของสหรัฐอเมริกา
หรือ 10 ปีต่อจากนี้ เศรษฐกิจจีนจะพังทลายลง
ดูแล้วมีความเป็นไปได้น้อยมาก เพราะ AI จากสหรัฐอเมริกา และ AI จากจีน น่าจะเป็นผู้ชนะของโลกทั้งคู่ แต่แบ่งเป็น 2 ขั้วนี้ แบบที่ประเทศอื่นมองตาปริบ ๆ
เราจะได้เห็น รถยนต์ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า มาจากจีนมากขึ้นเรื่อย ๆ และในอนาคตจะมีบริษัทสัญชาติจีนขนาดใหญ่ของโลกที่พัฒนา Humanoid Robot เต็มไปหมด
ส่วนฝั่งสหรัฐอเมริกา ก็จะให้บริการ Software และ Platform ที่รู้ใจมนุษย์มากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นที่นิยมของผู้คนทั่วโลก
ส่วนประเทศอื่น ๆ น่าจะยังสู้ จีน และสหรัฐอเมริกา ไม่ได้
จีน และสหรัฐอเมริกา จะยังเติบโตได้อีกมากเพราะ AI
เพราะโลกจะเดินไปทางนี้ และมนุษย์ทั้งโลกต้องการสิ่งนี้ แบบไม่มีทางสิ้นสุด ในอนาคต..
Xiaomi, Haier, Li Auto และบริษัทที่เด่นเรื่อง AI จากจีน อีกหลายราย อยู่ใน MEGA10AICHINA
ร่วมเป็นเจ้าของ 10 บริษัทชั้นนำด้าน AI ในจีน กับ MEGA10AICHINA เตรียมเปิดให้จอง IPO เริ่ม 28 มี.ค.นี้ /โดย บลจ.ทาลิส
กองทุนเปิด MEGA10AICHINA มี 2 ชนิด
1) ชนิดสะสมมูลค่า หรือ MEGA10AICHINA-A
2) ชนิดเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ MEGA10AICHINARMF
MEGA10AICHINA-A ลงทุนในแบบ Rule-Based Approach มีนโยบายลงทุนในตราสารทุน และ/หรือ หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ที่ดำเนินธุรกิจ และ/หรือ กิจกรรมที่มีส่วนร่วมในห่วงโซ่คุณค่า กับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ที่เป็นส่วนประกอบในดัชนี Hang Seng Artificial Intelligence Theme Index
ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะพิจารณาเลือกลงทุนในตราสารทุนของบริษัทข้างต้นจากมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ขนาดใหญ่และมีสภาพคล่องจำนวน 10 บริษัท* เช่น
- SMIC (ผู้ผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของจีน)
- Li Auto (ผู้ผลิตรถยนต์อัจฉริยะขับเคลื่อนด้วยตัวเอง และมีแผนที่จะพัฒนาหุ่นยนต์ Humanoid)
- Kuaishou (แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นยอดนิยมที่ขับเคลื่อนด้วย AI)
- Xiaomi (ผู้ผลิตสมาร์ตโฟน รถยนต์ EV และอุปกรณ์อัจฉริยะรายใหญ่)
- Alibaba (E-Commerce และ Cloud รายใหญ่ที่สุดในจีน ผู้ให้บริการ AI ชื่อ Qwen)
- Tencent (เจ้าของ WeChat แพลตฟอร์มที่มีผู้ใช้งาน 1.38 พันล้านคน และมี Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบในการแนะนำบริการต่าง ๆ ให้กับผู้ใช้งานชาวจีน)
โดยกองทุนจะมีการลงทุนที่ส่งผลให้มี Net Exposure ในตราสารทุนข้างต้นโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ทั้งนี้ กองทุนจะลงทุนในรูปของสกุลเงินดอลลาร์ฮ่องกง (HKD) และไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
MEGA10AICHINARMF จะเข้าไปลงทุนในหน่วยลงทุน MEGA10AICHINA-A (กองทุนหลัก) เพียงกองทุนเดียว ซึ่งบริหารจัดการโดยบลจ.ทาลิส โดยกองทุนจะลงทุนในกองทุนหลักโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถศึกษารายละเอียดและเริ่มต้นลงทุนได้ที่ บลจ.ทาลิส 02-0150215, 02-0150216,
02-0150222 หรือ www.talisam.co.th และผู้สนับสนุนการขายหลายราย
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เว็ลธ์ เมจิก จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
ธนาคาร กสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน โรโบเวลธ์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน แอสเซนด์ เวลธ์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เทรเชอริสต์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ สยามเวลธ์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย)
บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ เคเคพี ไดม์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด
ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์ บลูเบลล์ จำกัด
บริษัทหลักทรัพย์เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน)
บริษัทหลักทรัพย์ บียอนด์ จำกัด (มหาชน)
ทั้งนี้ รายชื่อผู้สนับสนุนการขายหน่วยลงทุน อาจมีการปรับเปลี่ยนได้
*บริษัทดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ ตามเกณฑ์การลงทุนและสภาวะการลงทุน ณ ขณะนั้น
กองทุนรวมนี้มีลักษณะเฉพาะและความเสี่ยงเฉพาะและการลงทุนในกองทุนรวมตราสารแห่งทุนอาจมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะ เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงของกองทุนรวมก่อนตัดสินใจลงทุน และควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนของกองทุน
กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี และจะต้องคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับภายในกำหนดเวลา
นอกจากนี้จะต้องชำระเงินเพิ่ม และ/หรือเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร
ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
โฆษณา