26 มี.ค. เวลา 07:43 • ความคิดเห็น
บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)

การันตีเงินคืนเพิ่มขึ้น💹เรื่อยๆ แต่ความคุ้มครองชีวิตไม่ลดลงถึงแม้รับเงินคืนระหว่างทาง

การเลือกประกันบำนาญเพื่อลดหย่อนภาษีให้คุ้มค่าขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รายได้ประจำปี สิทธิ์ลดหย่อนที่มีอยู่เดิม (ประกันชีวิตทั่วไป, RMF, กองทุนต่างๆ) และอัตราภาษี
หลักการลดหย่อน แบ่งเป็น 2 ส่วน:
100,000 บาทแรก**: สำหรับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไป (หากไม่มีหรือยังไม่เต็ม สามารถใช้เบี้ยประกันบำนาญมาเติมได้)
200,000 บาทหลัง: สำหรับเบี้ยประกันบำนาญ (รวมกับกองทุนอื่นๆ เช่น RMF, กอช. และต้องไม่เกิน 500,000 บาท/ปี)
  • ​ เงื่อนไขเพิ่มเติม: เบี้ยประกันบำนาญที่นำมาลดหย่อนต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน (สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท)
  • ​ตัวอย่างการคำนวณ รายได้สูง (3.5 ล้านบาท): หากมีประกันชีวิตทั่วไป 50,000 บาท และ RMF 300,000 บาท จะซื้อประกันบำนาญเพิ่มได้สูงสุด 250,000 บาท (ลดหย่อนได้ 37,500 บาท หากอัตราภาษี 15%)
  • ​ตัวอย่างการคำนวณ รายได้ปานกลาง (2 ล้านบาท): หากไม่มีประกันอื่น เลือกซื้อประกันบำนาญ 300,000 บาท (ใช้สิทธิ์ลดหย่อนเต็ม 300,000 บาท) จะประหยัดภาษีได้ 45,000 บาท/ปี
ข้อแนะนำในการเลือกประกันบำนาญให้คุ้มค่า:
*****ตรวจสอบสิทธิ์ลดหย่อนที่มีอยู่ก่อน:
- หากมีประกันชีวิตทั่วไปน้อยกว่า 100,000 บาท ให้เติมส่วนที่ขาดด้วยประกันบำนาญ
- หากมีเงินลงทุนใน RMF/กองทุนอื่นแล้ว ให้คำนวณเพดาน 500,000 บาท ที่เหลือ
2. คำนวณ 15% ของเงินได้:
- เช่น รายได้ 1 ล้านบาท/ปี → ซื้อประกันบำนาญได้สูงสุด 150,000 บาท (เพื่อใช้สิทธิ์เต็ม)
3. เปรียบเทียบผลตอบแทน:
- นอกจากการลดหย่อนภาษี ควรพิจารณาผลตอบแทนจากประกันบำนาญเอง (เช่น เงินบำนาญที่ได้รับในอนาคต) เปรียบเทียบกับประกันประเภทอื่นหรือการลงทุนทางเลือก
4. ใช้สิทธิ์คู่สมรส:
- หากคู่สมรสมีรายได้ สามารถแบ่งซื้อประกันบำนาญเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนเพิ่มได้คนละ 200,000 บาท
สรุป:ประกันบำนาญจะ "คุ้ม" เมื่อคุณสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้เต็มที่ (ทั้งในส่วน 100,000 บาทแรกและ 200,000 บาทหลัง) และสอดคล้องกับแผนการเงินระยะยาวของคุณ
มองหาตัวช่วยและออกแบบพอร์ตการออมและลดหย่อนภาษีให้เหมาะสมกับสถานการณ์เฉพาะตัวของคุณ ติดต่อเอิน 0902611978
Line:e23061991
เลขที่ใบอนุญาต 6801000094
โฆษณา