26 มี.ค. เวลา 09:32 • ท่องเที่ยว

พนักงานญี่ปุ่น​งึมงำว่าอะไร

ทั้งๆ ที่พวกเรามองว่า คนญี่ปุ่นเป็นชนชาติที่เงียบ เรียบร้อย แต่เวลาที่ไปญี่ปุ่น หลายๆ ท่านจะแปลกใจว่าพนักงานในร้านญี่ปุ่นจะพูดอะไรไม่รู้ใส่เราเยอะมาก ยาวมาก ซึ่งเราก็ได้แต่กระพริบตาปริบๆ แล้วยื่นสินค้าและเงินให้เขาไป พร้อมรำพันกับตัวเองว่า …. “พูดอะไรของเขาวะ”
6
ไม่เป็นไรค่ะ ครั้งนี้เกตุวดีจะมาช่วยไขข้อข้องใจให้คุณผู้อ่านเองนะคะ เริ่มจาก ….
1
1. ณ ร้านอาหาร
2
อันดับแรก พนักงานที่ยืนหน้าร้านจะต้อนรับคุณว่า “อิรัชไชมาเส” แปลว่าเชิญครับ/ค่ะ ซึ่งอันนี้คุณผู้อ่านคงได้ยินจนชินแล้ว เพราะร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยก็ตะโกนคำนี้ใส่เราตลอดเวลาเหมือนกัน (เคยได้ยินเชฟบางท่านพยายามกล้อมแกล้มเนียนๆ “มะไชมาเส” “อิรัชไชอิเส” อะไรแบบนี้…ก็มี…คริคริ)
2
ทีนี้ ประโยคถัดๆ มานี่แหละค่ะ ที่จะทำคุณอึ้ง พนักงานญี่ปุ่นจะถามว่า
“นัมเม-ซามะ-เดสก๊ะ(何名様ですか。)” แปลว่า “กี่ท่านคะ”
ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าคุณตอบเขากลับไปไม่ได้ แค่ชูนิ้วก็พอ ถ้าจำไม่ได้ ให้จำแค่ว่า เวลาจะเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น ให้ชูนิ้วบอกจำนวนคนกับพนักงานก่อน แค่นั้นพอค่ะ ทุกร้านถามเหมือนกัน
จากนั้นพนักงานก็จะบอกว่า “เซขิ มาเดะ โกะ อันไน ชิมัส (席までご案内します)” ถ้าแปลตรงๆ จะแปลว่า “ดิฉันจะนำทางให้ถึงที่ค่ะ” แปลเป็นภาษาไทยดีๆ ว่า “เชิญทางนี้ค่ะ”
หลังจากนั้นคุณก็ชี้นิ้วจิ้มสั่งอาหาร เมื่อพนักงานยกมาเสิร์ฟ นางอาจบอกว่า “โกะ ยุคขุหริ โดโสะ (ごゆっくりどうぞ)” แปลว่า “เชิญรับประทานให้อร่อยนะคะ^^”
3
แต่หากอาหารที่คุณสั่งเป็นพวกหม้อไฟหรือกระทะร้อน นางอาจเตือนคุณว่า “นาเบะ/เทปปัง กะ ไทเฮ็น อัทซุขุ นัท เตะ โอริมัส โหนะเดะ คิ โอ๊ะ สุเคเตะ คุดะไซ (鍋/鉄板が大変熱くなっておりますので、気をつけてください)” เตือนยาวเป็นชุดจ้า ภาษาญี่ปุ่น ยิ่งสุภาพต้องยิ่งพูดยาวๆ ทนๆ ฟังหน่อยนะคะ ใครเรียนภาษาอยู่ระดับมินนาโนะ เล่ม 1 เล่ม 2 คอยเงี่ยหูฟังคำว่า “อัทซุ่ย (ร้อน)” ก็พอค่ะ
4
2. ณ ร้านขายเครื่องสำอาง
เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ทำให้พวกเราชาวไทย โดยเฉพาะคุณผู้หญิง งุนงงมาก พอเราเลือกเครื่องสำอางเสร็จ ก็เดินไปที่แคชเชียร์ ประโยคแรกๆ ที่นางจะพูดขณะยิงบาร์โค้ดปิ๊ดๆ คือ ….
1
“พอยโตะ ค่าโดะ หวะ โยโรชี่ เดสก๊ะ/พอยโตะ ค่าโดะ หวะ โอโมฉิ เดสก๊ะ ポイントカードはよろしいですか?ORポイントカードはお持ちですか”
คำแปล … มีพ้อยท์การ์ด (บัตรสะสมแต้ม) ไหมคะ?
1
ประเด็นคือ ต้องฟังคำว่า “พอยโตะ ค่าโดะ” (Point Card) ให้ออกค่ะ
แต่ถ้าคุณดันฟังออก แล้วส่ายหน้าว่า ไม่มีบัตรจ้ะ นางน้องพนักงานอาจนึกว่า คุณเข้าใจภาษาญี่ปุ่นดี นางอาจถามต่อว่า “พอยโตะ ค่าโดะ โนะ ซาขุเซ วะ ทาไดหมะ หมุเรียว โตะ นัทเตะ โอริมัสหงะ โอสุขุหริ ชิมาโช่ก๊ะ(ポイントカードの作成はただ今無料となっておりますが、お作りしましょうか)”
2
พอฟังประโยคนี้จบ คุณจะเสียใจว่า ตูไม่น่าเดาความหมายประโยคแรกออกเลย … ฮ่าๆๆ ไม่เป็นไรค่ะ น้องพนักงานแค่ถามว่า “ตอนนี้ สมัครสมาชิกฟรีนะคะ สนใจสมัครไหมคะ” นางใช้คำว่า “ตอนนี้ (ทาไดมะ)” คุณก็โบกมือปัด ส่ายหน้าไปอีกรอบ
2
หากคุณผ่านด่านนี้ไปได้ ชีวิตคุณจะสบายค่ะ น้องพนักงานจะบอกว่า “ราคาสินค้าทั้งหมด …. เยนค่ะ” คุณก็รอแค่ดูจำนวนเงินตรงแคชเชียร์แล้วยื่นเงินให้ เวลานางรับเงิน นางก็จะบอกว่า “รับเงินมาทั้งหมด ABC เยนนะคะ เงินทอน XYZ เยนค่ะ นี่ใบเสร็จค่ะ” แต่ความสามารถในการเข้าใจภาษาญี่ปุ่นตรงนี้ไม่จำเป็นแล้วค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ธนบัตรในกระเป๋าสตางค์ ให้สื่อสารไป …
1
3. ร้านขายของกิฟท์ชอป
พวกร้านซานริโอ้ รีลัคคุมะทั้งหลาย แม่เจ้า..ช่างน่ารักเสียนี่กระไร คุณหลวมตัวซื้ออะไรบางอย่าง ติ๊ต่างว่าเป็นตุ๊กตามุ้งมิ้งสักตัวหนึ่ง คุณหิ้วตุ๊กตามุ้งมิ้งนั้นไปที่แคชเชียร์ ประโยคแรก พนักงานกว่าร้อยละ 99 จะถามว่า“โกะ จิตาขุ โย เดสก๊ะ(ご自宅用ですか。)” พนันว่า คนเรียนภาษาญี่ปุ่นระดับ N2 บางคนอาจยังแปลไม่ออก …. คนคนนั้น คือ ดิฉันเอง ฮาๆๆ สมัยไปอยู่ญี่ปุ่นได้ 1-2 ปี ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจคำนี้ ประโยคนี้แปลว่า“ใช้เองเหรอคะ”
พนักงานบางคนอาจถามยาวหน่อยว่า “โกะ จิตาขุ โย เดสก๊ะ/พุเรเซนโตะโยเดสก๊ะ (ご自宅用ですか。プレゼント用ですか)”
1
คำแปล: ใช้เองหรือให้เป็นของขวัญคะ
ถ้าตอบว่าใช้เอง พนักงานจะใส่ถุงธรรมดาแล้วปิดสก๊อตเทปให้ (มันก็ยังดูดีน่ะแหละ) แต่ถ้าบอกว่าให้เป็นของขวัญ พนักงานก็จะให้เลือกถุงลายพิเศษหน่อย หรือใส่ถุงเดิม แต่ติดริบบิ้นเล็กๆ ให้ บางที ถึงดิฉันจะซื้อให้ตัวเอง แต่ก็จะตอบว่า ให้เป็นของขวัญ เพราะฉันอยากได้ริบบิ้นกับซองสวยๆ อิๆ
ทีนี้ เผื่อคุณผู้อ่านอยากเลียนแบบเกตุวดี ให้ตอบแบบนี้ค่ะ
1
ซื้อเป็นของขวัญ -> พุ เร เซน โตะ เดส (ถ้าอยากให้สุภาพมากขึ้น อาจบอกว่า “พุ เร เซน โตะ เดะ โอเนงายชิมัส”)
ซื้อใช้เอง -> จิ บุน โย เดส (自分用です)
โปรดสังเกตว่า ตอนพนักงานถาม เขาใช้คำว่า “โกะ จิตาขุ (ご自宅)” เป็นคำสุภาพค่ะ แต่คุณห้ามตอบว่า โกะ จิตาขุ เดส มันจะกลายเป็นยกย่องตัวเอง ต้องเปลี่ยนมาใช้คำว่า จิบุน (แปลว่า ตัวเอง) แทน …. ประเทศนี้เขาซับซ้อนหน่อย ทนๆ เอานะคะ
หวังว่าทั้ง 3 สถานการณ์จะไขข้อสงสัยของคุณผู้อ่านหลายๆ ท่านนะคะ
บทความโดย : เกตุวดี www.marumura.com
โฆษณา