31 มี.ค. เวลา 14:00 • สุขภาพ

เคี้ยวเพลิน...เกินอันตราย รู้จัก "ไมโครพลาสติก" ในหมากฝรั่ง ที่คุณอาจไม่เคยรู้

หมากฝรั่ง ขนมเคี้ยวหนึบที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ทราบหรือไม่ครับว่า ในความเพลิดเพลินจากการเคี้ยว อาจมีสิ่งเล็กๆ ที่น่ากังวลซ่อนอยู่ นั่นก็คือ "ไมโครพลาสติก"
หมากฝรั่งที่เราเคี้ยวกันอยู่นั้น สามารถปล่อยอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กจิ๋ว หรือที่เรียกว่าไมโครพลาสติกออกมาในช่องปากของเราได้ เรื่องนี้น่าสนใจใช่ไหมล่ะครับ เพราะเราอาจไม่เคยคิดว่าขนมที่เราเคี้ยวแล้วทิ้ง จะสามารถส่งผลกระทบต่อร่างกายของเราได้โดยตรง ดังนั้น มาติดตามกันเลยครับว่าเรื่องนี้มีรายละเอียดอย่างไร และเราควรจะกังวลกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน
หมากฝรั่ง...ทำมาจากอะไรกันนะ?
ผมอยากจะชวนทุกคนมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า หมากฝรั่งที่เราเคี้ยวกันอยู่ทุกวันนี้นั้น จริงๆ แล้วทำมาจากอะไรกันแน่ หมากฝรั่งส่วนใหญ่ที่เราซื้อกันตามซูเปอร์มาร์เก็ตมักจะเป็น "หมากฝรั่งสังเคราะห์" ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นพอลิเมอร์ที่มาจากปิโตรเลียมเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบที่เราชอบเคี้ยวนั่นเองครับ
ลองนึกภาพตามนะครับ พอลิเมอร์เหล่านี้ก็คล้ายกับวัสดุที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ หรือถุงพลาสติกที่เราใช้กันอยู่ในชีวิตประจำวันเลยทีเดียว แม้ว่าในฉลากส่วนผสมของหมากฝรั่งจะไม่ได้ระบุคำว่า "พลาสติก" โดยตรง แต่จะใช้คำว่า "gum-based" แทน ซึ่งอาจทำให้เราไม่ทราบถึงส่วนประกอบที่แท้จริงได้ครับ
ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) ได้ทำการศึกษาเพื่อตรวจสอบว่า หมากฝรั่งสามารถปล่อยไมโครพลาสติกออกมาในช่องปากได้จริงหรือไม่ โดยทำการทดลองกับหมากฝรั่ง 10 ยี่ห้อ ทั้งที่เป็นหมากฝรั่งสังเคราะห์ 5 ยี่ห้อ และหมากฝรั่งธรรมชาติที่ทำจากพอลิเมอร์จากพืช เช่น น้ำยางจากต้นไม้ อีก 5 ยี่ห้อ
ผลการวิจัยตีพิมพ์เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา พบว่า หมากฝรั่ง 1 กรัม สามารถปล่อยไมโครพลาสติกออกมาได้โดยเฉลี่ยถึง 100 ชิ้น และในบางยี่ห้ออาจปล่อยออกมามากถึง 600 กว่าชิ้นเลยทีเดียวครับ โดยปกติแล้ว หมากฝรั่ง 1 แท่งจะมีน้ำหนักประมาณ 1.5 กรัม ลองคิดดูนะครับว่าถ้าเราเคี้ยวหมากฝรั่งเพียงแค่แท่งเดียว เราอาจได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายไปแล้วไม่น้อยเลยทีเดียว
เคี้ยวมาก...รับไมโครพลาสติกมากขึ้น?
จากงานวิจัยนี้ นักวิจัยได้ประมาณการว่า คนที่เคี้ยวหมากฝรั่งประมาณ 180 ชิ้นต่อปี อาจได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกายมากถึง 30,000 ชิ้นเลยทีเดียว ฟังดูน่าตกใจใช่ไหมล่ะครับ
อย่างไรก็ตาม นักวิจัย Sanjay Mohanty ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมวิจัย ได้กล่าวว่า เขาไม่ได้ต้องการที่จะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะปริมาณไมโครพลาสติกที่เราได้รับจากหมากฝรั่งนั้น อาจจะยังน้อยเมื่อเทียบกับแหล่งอื่นๆ ที่เราได้รับในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติก ซึ่งจากการศึกษาเมื่อปีที่แล้วพบว่า น้ำ 1 ลิตรในขวดพลาสติก อาจมีไมโครพลาสติกเฉลี่ยถึง 240,000 ชิ้น
หลายคนอาจสงสัยว่า แล้วไมโครพลาสติกเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราหรือไม่ นักวิจัย Sanjay Mohanty กล่าวว่า "ยังไม่มีหลักฐานโดยตรงที่แสดงให้เห็นว่าไมโครพลาสติกเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์"
อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยอื่นๆ ที่พบว่า ไมโครพลาสติกสามารถแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นในปอด เลือด หรือแม้กระทั่งสมอง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพในระยะยาว แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนถึงอันตรายของไมโครพลาสติกต่อร่างกายมนุษย์ แต่การได้รับสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เข้าไปในร่างกายในปริมาณมากก็อาจไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก
ศาสตราจารย์ Oliver Jones นักเคมีจากมหาวิทยาลัย RMIT ในออสเตรเลีย ให้ความเห็นว่า หากเรากลืนไมโครพลาสติกจากหมากฝรั่งเข้าไปในปริมาณที่ไม่มากนัก ร่างกายก็น่าจะสามารถขับถ่ายออกมาได้โดยไม่มีผลกระทบอะไร ซึ่งก็สอดคล้องกับความเห็นของสมาคมผู้ผลิตขนมหวานแห่งชาติ (National Confectioners Association) ในสหรัฐอเมริกา ที่ออกมาแถลงว่า ผู้เขียนงานวิจัยนี้เองก็ยอมรับว่า "ไม่มีเหตุผลใดที่ต้องตกใจ" และยืนยันว่าหมากฝรั่งยังคงปลอดภัยสำหรับการบริโภค
นอกจากเรื่องของสุขภาพแล้ว Lisa Lowe นักศึกษาปริญญาเอกที่ UCLA และเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัย ยังได้เตือนถึงปัญหา "มลพิษจากพลาสติก" ที่เกิดจากหมากฝรั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผู้คนทิ้งหมากฝรั่งที่เคี้ยวแล้วลงบนทางเท้า ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายๆ ประเทศกำลังพยายามหาทางแก้ไขกันอยู่
ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าไมโครพลาสติกจากหมากฝรั่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราโดยตรง แต่การได้รับสารเคมีหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากก็อาจส่งผลเสียในระยะยาวได้ ผมจึงอยากจะฝากข้อคิดไว้ดังนี้ครับ
1. ลดปริมาณการเคี้ยวหมากฝรั่ง หากคุณเป็นคนที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งเป็นประจำ ลองลดปริมาณลงบ้าง เพื่อลดโอกาสในการได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย
2. ใส่ใจกับส่วนประกอบ ลองสังเกตส่วนประกอบของหมากฝรั่งที่เราเลือกซื้อ แม้ว่าจะไม่ได้ระบุว่าเป็นพลาสติกโดยตรง แต่การทำความเข้าใจว่าส่วนประกอบหลักคืออะไร ก็อาจช่วยให้เราตัดสินใจเลือกบริโภคได้อย่างรอบคอบมากขึ้น
3. ทิ้งหมากฝรั่งอย่างถูกวิธี ไม่ทิ้งหมากฝรั่งลงบนพื้น หรือในที่ที่ไม่เหมาะสม เพื่อช่วยลดปัญหามลพิษจากพลาสติก
คำถามที่ยังรอคำตอบ...
งานวิจัยนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้ตระหนักถึงอีกหนึ่งช่องทางที่เราอาจได้รับไมโครพลาสติกเข้าสู่ร่างกาย ยังมีคำถามอีกมากมายที่รอการศึกษาและหาคำตอบ
ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้ทุกท่านได้ตระหนักถึงเรื่องใกล้ตัวที่เราอาจมองข้ามไปนะครับ
แหล่งอ้างอิง:
Lawler, D. (2025, March 25). Chewing gum releases microplastics into mouth: researchers. Medical Xpress. Retrieved from https://medicalxpress.com/news/2025-03-gum-microplastics-mouth.html
โฆษณา