27 มี.ค. เวลา 14:16 • ไลฟ์สไตล์
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

D-Day - เดินทางออกจากไทย

ช่วงที่ผมต้องเดินทางไปสเปนนั้นคือเดือนสิงหาคม ปี 2020 ซึ่งเป็นช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก กว่าจะหาไฟลท์ที่บินไปสเปนได้ก็ไม่ง่ายเลย สุดท้ายผมเลือกใช้บริการสายการบิน Lufthansa ของเยอรมัน โดยต้องไปต่อเครื่องที่ Frankfurt ใช้เวลาเดินทางรวมเกือบ **20 ชั่วโมง**
ปกติแล้วข้าราชการทหารจะใช้สายการบินไทยเป็นหลัก แต่เนื่องจากช่วงนั้นไม่มีไฟลท์บินไปสเปน ผมจึงต้องเลือก Lufthansa ซึ่งได้รับข้อมูลมาว่าโอกาสถูกยกเลิกไฟลท์มีน้อยกว่าสายการบินอื่น เพราะตอนนั้นหลายสายการบินเจอปัญหาผู้โดยสารน้อยจนต้องยกเลิกเที่ยวบิน หรือบางครั้งอาจบินไปถึงปลายทางไม่ได้เลย ทำให้ต้องวางแผนล่วงหน้าดี ๆ ก่อนเดินทาง ผมยังต้องผ่านการตรวจโควิดและเตรียมเอกสารจำนวนมากเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไร
ที่สำคัญ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางโดยเครื่องบิน! และไม่ใช่แค่บินในประเทศ แต่เป็นการเดินทางไกลไปต่างแดน ต้องต่อเครื่อง แถมยังอยู่ในช่วงโควิดอีก ทำให้ผมต้องศึกษาข้อมูลหนักมาก เพราะกังวลในหลาย ๆ เรื่อง แต่สุดท้ายแล้ว
**อุปสรรคก็มีไว้ให้ก้าวผ่าน!**
⌛️นาทีสุดท้ายก่อนออกจากไทย
และแล้วก็ถึงวันเดินทาง! ผมเดินทางไปสนามบินสุวรรณภูมิ แต่บรรยากาศที่เจอไม่เหมือนที่คิดไว้เลย สนามบินแทบจะเป็นอาคารร้าง ไม่มีผู้คน บรรยากาศเงียบจนไม่คิดว่าเป็นสนามบินนานาชาติ โชคดีที่ในขณะที่รอเช็กอิน มีเพื่อน ๆ ทั้งจากสมัยม.ต้น, ม.ปลาย, เพื่อนเตรียมทหาร และเพื่อนนายเรือ มาส่งผม แม้ช่วงนั้นการเดินทางจะลำบาก แต่พวกเขาก็ยังอุตส่าห์มา ทำให้ผมรู้สึกซาบซึ้งมาก ๆ ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ครอบครัวและแฟนของผม ที่ทำให้ผมสบายใจขึ้น แม้ว่าจะต้องไปอยู่ไกลบ้านถึง 6 ปี
ก่อนเดินทาง เรามีการถ่ายรูปร่วมกันเก็บไว้เป็นที่ระลึก ผมนี่น้ำตาคลอเบ้าเลยทีเดียว อีกเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับผมคือ **ต้องใส่ชุดสูทในการเดินทาง** ตามธรรมเนียมของทหารที่ต้องดูเรียบร้อย แต่บอกเลยว่า **นั่งเครื่องบินใส่สูทนี่ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่!
จากนั้นก็ถึงเวลาขึ้นบันไดเลื่อนไปยังจุดตรวจคนออกจากประเทศ จุดนี้หลาย ๆ คนเรียกว่า **"บันไดเลื่อนที่เศร้าที่สุด"** ซึ่งผมก็เข้าใจเลย เพราะพอหันกลับไปมองครอบครัวและเพื่อน ๆ อีกครั้ง น้ำตาก็เกือบไหลออกมาอีกรอบ...
เพื่อน ๆ ม.ต้น
เพื่อน ๆ ม.ปลาย
เพื่อน ๆ เตรียมทหาร และ นายเรือ
🛫ออกจากไทยแล้วนะ!
หลังจากผ่านด่านตรวจคนออกจากประเทศมาได้ ความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนไป เพราะจากนี้ **ผมต้องลุยเองคนเดียวแล้ว!** ต้องหาทางไปให้ถึงสเปนให้ได้
โชคดีที่แฟนของผมช่วยดูแลทุกอย่างตั้งแต่เรื่องเอกสารไปจนถึงการจองไฟลท์ ผมคอยไลน์ถามเขาตลอดว่าต้องไปตรงไหน ทำอะไรยังไงต่อ แถมไฟลท์ผมยังดีเลย์อีก ทำให้ยิ่งกังวลเข้าไปใหญ่ ถ้าไม่มีเขาคอยช่วย ผมคงรอดยากแน่ ๆ
สนามบินในตอนนั้นเงียบมาก ร้านค้า Duty-Free ทุกแห่งปิดหมด ไฟส่วนใหญ่ก็ดับ มีแค่ไฟตามทางเดินให้เราเดินไปยังเกทของตัวเอง ผมนั่งรอที่เกทของเที่ยวบินโดยสาร Lufthansa เครื่องที่ผมขึ้นเป็นลำใหญ่ มี **3 ตอนที่นั่ง** แต่สิ่งที่ทำให้ตกใจคือ **ผู้โดยสารน้อยมาก**!
**ผมแทบจะเหมาลำ!**
ในแถวของผม มี **ผมคนเดียว** นั่งอยู่ที่ตอนกลางของเครื่อง ส่วนผู้โดยสารคนอื่นก็กระจายห่างไป 4-5 แถว ผมนับดูคร่าว ๆ ไฟลท์นี้มีคนเดินทางไม่ถึง **20 คน**! นั่งสบายสุด ๆ ไปเลย 555
🇩🇪 Frankfurt – เริ่มต้นก็เอาแล้วนะ!
หลังจากนั่งเครื่องมา **13 ชั่วโมง** ผ่านช่วงเวลาหลับ ๆ ตื่น ๆ กินข้าว ดูหนัง ในที่สุดผมก็มาถึงสนามบิน Frankfurt ที่ต้องต่อเครื่องไปสเปน โดยมีเวลาต่อเครื่อง **เกือบ 4 ชั่วโมง**
พอผ่านตม.มาได้แบบไม่มีปัญหา ผมก็ค่อยโล่งใจขึ้นหน่อย แต่แล้วก็มาเจอปัญหาแรก! **เลขเกทที่ระบุใน Boarding Pass ของผมคือ A56** แต่พอไปดูที่บอร์ดไฟลท์ **มันขึ้นว่า A16**!? ตอนนั้นผมไม่รู้เลยว่าเลขเกทสามารถเปลี่ยนได้ ทำให้ตกใจสุด ๆ เพราะสนามบินนี้ **ใหญ่มาก** เดินจากเกทหนึ่งไปอีกเกทใช้เวลาพอสมควร
สุดท้ายก็ได้งัดสกิลภาษาอังกฤษที่ร่ำเรียนมากว่า **20 ปี** ออกมาใช้ ถามพนักงานจนได้คำตอบว่าต้องไปตามที่บอร์ดโชว์ เพราะเลขเกทอาจมีการเปลี่ยนทุก ๆ **2 ชั่วโมง** (ตอนนั้นผมก็เพิ่งรู้!) โล่งอกไปที
จากนั้นผมก็นั่งรออย่างสบายใจ เหลืออีกเพียง **4 ชั่วโมงบิน** จาก Frankfurt ไป **Madrid ประเทศสเปน** การผจญภัยครั้งใหม่กำลังจะเริ่มต้นแล้ว!
ในบทความหน้าผมจะมาเล่าต่อถึง **ก้าวแรกในประเทศสเปน** เมื่อเดินทางไปถึง ผมรู้สึกอย่างไร ไปพักที่ไหน อยู่กินยังไง และเจอกับวัฒนธรรมที่ต่างไปหรือ **Culture Shock** อะไรบ้าง?
**Nos vemos! (โนส เบโมส—แล้วเจอกัน!)** 🇪🇸✈️
Puerta de Sol - Madrid
โฆษณา