29 มี.ค. เวลา 02:11 • ความคิดเห็น

อะไรที่สำคัญกว่า…

แผ่นดินไหวครั้งใหญ่เมื่อวานมีทั้งความสูญเสีย มีดราม่า และมีเรื่องราวของผู้ประสบภัยตามที่ต่างๆ ต่างกรรมต่างวาระกันไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ทำเอาหลายคนตกอกตกใจ อกสั่นขวัญแขวนไปไม่น้อย วันนี้เหตุแผ่นดินไหวสงบลงแล้ว แต่เหตุต่อเนื่องก็จะยังคงต้องไปแก้ไข ทบทวนกันต่อไป
ในช่วงสิบกว่าปีหลังชีวิตคน กทม อย่างผมจะเจออยู่สองวิกฤติใหญ่ก่อนแผ่นดินไหวครั้งนี้ วิกฤติแรกคือวิกฤติน้ำท่วมในปี 2554 ที่กินเวลายาวนานกว่า 6 เดือน มีการประกาศภาวะฉุกเฉิน มีคนเดือดร้อนต้องอพยพหนีน้ำกัน รวมถึงผมและครอบครัวก็ต้องหนีไปตั้งหลักต่างจังหวัดอยู่หลายจังหวัด เศรษฐกิจชะงักงัน มีการกักตุนสินค้า มีความเดือดร้อนกันทุกหย่อมหญ้า
2
ส่วนวิกฤติที่สองเพิ่งผ่านมาไม่นานแต่ทุกคนก็ดูจะลืมๆ ไป ยกเว้นเห็นป้ายแนะนำให้ล้างมือใส่หน้ากากตามห้องน้ำก็จะพอนึกได้ว่า เราติดอยู่ในวิกฤติโควิดกันกว่าสองปี กลัวกันแทบตาย ต้องไล่หาวัคซีน กักตัวกันทีเป็นเดือน
ที่สำคัญที่เหมือนกันมากอยู่อย่างหนึ่งก็คือ วิกฤติสองเรื่องนี้ ทำให้มีเวลากับตัวเองมากขึ้น มีเวลาอยู่กับครอบครัวและมีเวลาให้คิดทบทวนอะไรหลายๆ อย่างเหมือนกัน ส่วนวิกฤติแผ่นดินไหวล่าสุด พอตั้งสติได้ก็ทำให้คิดถึงเหตุที่เคยเกิดก่อนหน้าและทำให้มีจังหวะหยุดคิดในระหว่างการใช้ชีวิตที่เร่งรีบและผ่านไปแต่ละวันโดยไม่ได้มีเวลามาคิดอะไรมานานโขอยู่เหมือนกัน
1
ในช่วงน้ำท่วมหนักๆตอนนั้น ผมมีโอกาสได้ฟังเพลงของพี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยงที่พี่จุ้ยร้องในรายการของไทยพีบีเอส โดยบังเอิญ พี่จุ้ยแต่งเพลงชื่อ “อะไรที่สำคัญกว่า” โดยเล่าถึงเหตุการณ์ในช่วงนั้นว่าเราต้องลำดับความสำคัญของชีวิต อะไรที่สำคัญเราก็จะเอาไว้สูง ไว้ชั้นสองที่น้ำท่วมยาก อะไรที่สำคัญน้อยก็อยู่ชั้นล่าง อะไรที่สำคัญกว่า หรือสำคัญมากๆเราก็จะเอาติดรถ ติดตัวไปด้วยตอนอพยพ
3
ผมนึกตามก็เห็นจริง ของที่แต่ละบ้านแต่ละคนเอาใส่รถไปด้วยมีความแตกต่างกัน บางบ้านห่วงสัตว์เลี้ยง บางบ้านขนสมบัติหนี บางคนก็เอารูปถ่ายอัลบั้มครอบครัว และบางคนโดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ไม่หนีไปไหน ยอมลำบากน้ำท่วมอยู่บ้าน เพราะบ้านคือสิ่งสำคัญที่สุดก็มี
1
เช่นเดียวกับเหตุแผ่นดินไหวที่เราต้องตัดสินใจภายในเสี้ยวนาที ต้องวิ่งลงมาจากคอนโดว่าจะถืออะไรติดมือมาได้บ้างที่คิดว่าสำคัญที่สุดจริงๆ เราถึงเห็นคนอุ้มหมาแมวลงมานั่งรอหน้าคอนโดกันเต็มไปหมด ภรรยาผมยังถึงกับวิ่งกลับไปสั้นๆไปเอาคอมพ์กับกระเป๋าสตางค์ บางคนชีวิตคือสำคัญสุด กระเป๋าตังค์ก็ไม่เอา รองเท้าก็ไม่ใส่ เอาชีวิตรอดไว้ก่อน และลงมาแล้วโทรศัพท์แรกๆก็จะโทรหาคนที่เรารัก เราแคร์ก่อนใครเสมอ เป็นการจัดลำดับความสำคัญในยามที่ต้องเลือกว่าอะไรสำคัญที่สุดในชีวิตตอนนั้น
3
ในช่วงน้ำท่วม พอมีเวลาทบทวนอะไรเยอะๆ แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เห็นความสำคัญของใครและอะไรหลายๆอย่างที่ในช่วงเวลาปกติเราอาจจะมองข้ามหรือหลงลืมไป ประกอบกับได้สะกิดใจจากบทเพลงของพี่จุ้ย ทำให้ผมลองมานั่งเรียงลำดับความสำคัญของชีวิตจากสิ่งแวดล้อมในช่วงนั้นดู ผมเรียงสิ่งสำคัญในชีวิตที่สำคัญกว่าเรื่องอื่นใดไว้สามเรื่อง อันดับหนึ่งคือลูกสาวสองคนและครอบครัวของผม อันดับสองคือสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง และอันดับสามคือความสุขเล็กๆ น้อยๆ ในทุกวันกับครอบครัวและคนใกล้ชิด
2
พอแจ่มชัดมากๆ หลังน้ำท่วมแล้ว ผมเปลี่ยนการทำงานการใช้ชีวิตใหม่โดยให้ความสำคัญของสามอย่างนี้มาเป็นอันดับแรก แม้กระทั่งออกจากงานมาทำงานไม่ประจำเพื่อมีเวลารับส่งลูกและออกกำลังกาย รวมถึงเปลี่ยนวิธีคิดในเรื่องความสำเร็จมาเป็นความสุขจิ๋วๆตามที่ปรารถนาในหลายเรื่อง เป็นชีวิตที่ดีมากๆ และเป็นผลพลอยได้ที่ได้มาจากวิกฤตน้ำท่วมโดยแท้
3
ผมเคยฟังอาจารย์ชัชชาติเล่าเรื่องที่เคยได้ยินมา เกี่ยวกับ หิน กรวด และทรายไว้ว่า ในชีวิตคนเราจะแบ่งเรื่องราวต่างๆเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมากๆต่อชีวิต เช่น ครอบครัว สุขภาพ ซึ่งเปรียบเสมือนหินก้อนใหญ่ ส่วนเรื่องรองลงมาเป็นเรื่องงาน การหาสตางค์ การเรียนหนังสือ เป็นเสมือนก้อนกรวด และส่วนสุดท้ายเป็นเรื่องเฮฮาไร้สาระทั้งหลาย เช่นการไถมือถือแบบไม่มีจุดหมาย งานปาร์ตี้สนุกสนาน นั่งดูซีรีส์สนุกๆ การเม้านินทาคนโน้นคนนี้ การเสพข่าวลือข่าวร้ายแบบเมามัน ฯลฯ นั้นเปรียบเหมือนเม็ดทราย
2
อาจารย์ชัชชาติเล่าต่อว่า ถ้าเราพยายามเท หิน กรวด และทรายลงใสขวดแบบมั่วๆ ทรายก็จะเข้าไปจองที่จนเต็มหมด ต่อมาก็เป็นกรวด ส่วนหินก้อนใหญ่ก็จะใส่ไม่ลงหรือลงไม่หมด แต่ถ้าเราตั้งใจเรียงหินก้อนใหญ่ลงขวดโหลก่อน แล้วค่อยเทกรวด และทราย ทุกอย่างก็จะจัดเรียงได้ดีขึ้นจนอาจจะได้ครบทุกก้อน หรืออย่างน้อย ก็จะมีหินก้อนใหญ่ กรวดทั้งหมดและทรายจำนวนหนึ่งลงไปได้
2
ด้วยข่าวสารข้อมูลล้นมือถือของเรา มันง่ายมากที่เราจะไหลไปตามกระแสนั้น ถ้าเรามัวแต่เอาเวลาหรือพลังไปทำแต่เรื่องเล็กๆ ไร้สาระ เราก็จะไม่มีเวลาพอที่จะทำหรือให้ความสำคัญในเรื่องที่สำคัญจริงๆของชีวิต เราจึงควรดูแลหินก้อนใหญ่ก่อน พอมีเวลาหรือพลังงานเหลือจึงค่อยเอากรวดและทรายทยอยใส่ลงไป
2
ในจังหวะชีวิตที่เราถูกท่วมด้วยงาน ด้วยภาระทางสังคม จนไม่มีเวลาออกกำลังหรือไม่มีเวลาแม้แต่จะคิด ทุกอย่างดูเยอะ ดูเกินกำลังไปหมด ถ้าถอยออกมานิดแล้วใช้วิธีคิดของเพลงพี่จุ้ย ลองเขียนดูว่าอะไรที่สำคัญกว่า อะไรที่ควรติดตัวเรา อะไรที่ควรเก็บไว้ชั้นสอง หรืออะไรที่ปล่อยทิ้งไว้ข้างล่าง เราก็จะรู้ว่าอะไรคือหินก้อนใหญ่ที่เราต้องดูแล ให้เวลาเป็นเรื่องแรกก่อนเสมอ เพราะด้วยความยุ่งเหยิงวุ่นวายที่มี ถ้าเราไม่นึกถึงหินก้อนใหญ่ไว้ชัดๆ กรวดหินดินทรายจะฟุ้งบังตาเราจนทั้งหลงลืมหินก้อนใหญ่ และมองอะไรไม่เห็นได้
3
จากวิกฤติน้ำท่วม โควิด และมาถึงแผ่นดินไหว ถ้าจะพอมีอะไรดีๆออกจากเรื่องร้ายๆ แบบนั้นได้ ก็น่าจะเป็นการทบทวนว่าอะไรที่สำคัญกว่า ใครที่สำคัญกว่า…
เป็นคำถามที่ดีมากๆ ที่น่าถามตัวเองแล้วลองเรียงลำดับความสำคัญดู ก็อาจจะได้คำตอบว่าจะต้องทำอะไรและต้องทิ้งอะไร ก็น่าจะพอได้ประโยชน์จากความตกอกตกใจที่ผ่านมาเมื่อวานก็ได้นะครับ….
3
โฆษณา