29 มี.ค. เวลา 11:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ก่อนคิดจะรวย ต้องรอดให้ได้ก่อน : 7 วิธีจัดการเงินให้มั่นคงในช่วงเศรษฐกิจปั่นป่วนอย่างตอนนี้

📰 รู้สึกไหมครับว่าตอนนี้เปิดหน้าฟีดข่าวขึ้นมา มีเรื่องราวอะไรไม่รู้เต็มไปหมดให้ต้องติดตาม?
ข่าวสารมากมาย ปัญหาปากท้อง ราคาของแพง สินค้าเกษตรราคาตก คนเป็นหนี้ การค้าขายที่หลายคนออกมาบ่นว่าเลวร้ายหนักในรอบหลายปี เลื่อนไปเจอประเด็นเรื่องการจ่ายภาษี การเมือง ตามมาด้วยความน่าปวดหัวของข่าวเศรษฐกิจต่างประเทศ ‘วันนี้พี่ทรัมป์กับน้องมัสก์’ ทำอะไรกัน ฯลฯ
โลกที่วุ่นวาย เต็มไปด้วยความปั่นป่วน มองไปที่การลงทุนตลาดหุ้นไทยก็ถอยรูดลงไปเรื่อยๆ ตลาดอเมริกาก็มีข่าวเรื่องภาวะเศรษฐกิจถดถอยอยู่เนืองๆ ตลาดจีน อินเดีย ญี่ปุ่น อินโดฯ จะไปทางไหนต่อ?
ความวุ่นวายเหล่านี้และการอ่านข่าวเศรษฐกิจทุกวันอาจทำให้คุณรู้สึกเครียดหรือวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของตัวเองไม่น้อยเลย
🎬 ออสติน วินเลียมส์ (Austin Williams) ยูทูบเบอร์สายการเงินที่มีผู้ติดตามกว่า 125,000 คน และถือเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอย่างมัธยัสถ์มาโดยตลอด ได้แนะนำ 7 วิธีที่สามารถช่วยให้เราสามารถจัดการเงินอย่างมั่นคงในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนอย่างตอนนี้ โดยที่เราไม่ต้องตื่นตระหนกไปกับข่าวสารหรือความผันผวนของตลาดก็ได้
📌 1. อย่าขายหุ้นเพราะความตื่นตระหนก
หนึ่งในความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดของนักลงทุนคือการขายหุ้นเพราะความกลัว เมื่อเห็นราคาหุ้นตกลง ไม่ใช่เพราะความเข้าใจหรือการตัดสินใจที่มาจากหลักเหตุผล
แน่นอนว่าการขายหุ้นหรือ cut loss เป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นในการลงทุน แต่ในขณะเดียวกัน การตัดขายหุ้นต้องมาจากการวางแผนและเข้าใจเหตุผลในการตัดสินใจนั้น เช่นวิเคราะห์ธุรกิจผิดพลาด มีโอกาสใหม่ที่ดีกว่า หรือบางทีเป็นตัวที่เข้าซื้อทางเทคนิคที่พร้อมตัดขายถ้าขาดทุนถึงจุดหนึ่ง ฯลฯ
การขายตามกลยุทธ์เป็นเรื่องปกติ แต่ขายเพราะตลาดตื่นตระหนก อาจจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดและทำให้สูญเสียเงินในระยะยาวได้
อย่าลืมว่าตลาดหุ้นมีวัฏจักรเป็นเรื่องปกติ ในระยะสั้นการขึ้นลงนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ ถ้าคุณลงทุนในกองทุนดัชนีหรือหุ้นพื้นฐานดี การถือครองระยะยาวจะให้ผลตอบแทนดีกว่าการขายทิ้งเพราะตื่นตระหนก
บิดาแห่งการลงทุนแบบเน้นคุณค่า เบนจามิน เกรแฮม (Benjamin Graham) เคยกล่าวว่า
2
“ในระยะสั้นตลาดหุ้นเป็นเครื่องโหวต ในระยะยาวตลาดหุ้นเป็นเครื่องชั่งน้ำหนัก”
แนวคิดนี้ช่วยสนับสนุนให้เรามองไปไกลมากกว่าแค่การขึ้นลงของตลาดหุ้นในแต่ละวัน สิ่งที่สำคัญคือเรื่องของคุณค่าที่แท้จริงที่อยู่ข้างหลังตัวย่อของหุ้นเหล่านั้นต่างหาก
📌 2. อย่าหวังรวยเร็ว เอาตัวเองให้รอดก่อน
ช่วงที่ตลาดหุ้นร่วง คำพูดหนึ่งที่เรามักจะเห็นคนออกมาโพสต์กันในกลุ่มการเงินคือ ‘ช่วงนี้หุ้นราคาถูกมาก เพิ่งเข้าตัว xxx ไปเลย’ หรือ ‘นี่คือวิกฤติที่จะสร้าง xxx (นักลงทุนที่มีชื่อเสียงสักคน) คนต่อไปแล้ว’
แน่นอนว่าช่วงเศรษฐกิจตกต่ำคือโอกาสทองในการลงทุน เพราะราคาหุ้นและสินทรัพย์ลดลงมาก แต่ปัญหาคือ ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคตได้
ไม่มีใครรู้นะว่ามันจะไปจบตรงไหน หากไม่ระวังแล้วดันไป all in กับสินทรัพย์หรือหุ้นบางตัว แล้วตลาดไม่ฟื้น ขาดสภาพคล่อง เงินสดไม่เหลือ เราอาจจะตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากได้
ไม่มีใครรู้ว่าตลาดจะกลับมาเมื่อไหร่ หรือบางบริษัทอาจไม่รอดจากวิกฤติ การทุ่มเงินจำนวนมากโดยหวังรวยเร็วอาจทำให้คุณสูญเสียเงินมากขึ้นก็ได้
วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) นักลงทุนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งพูดไว้ว่า “ความเสี่ยงมาจากการที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่”
เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งไปหวังรวยเร็ว เป็นเจ้าสัวจากวิกฤตเศรษฐกิจวันนี้พรุ่งนี้ แต่เอาตัวเองให้รอดก่อน เข้าใจเหตุผลและหาจังหวะให้ดี ราคาหุ้นที่ดูเหมือน "ถูก" อาจไม่ฟื้นตัวอย่างที่คิด
📌 3. ปกป้องกองทุนฉุกเฉินของคุณ
กองทุนฉุกเฉินเป็นเหมือน "เสื้อชูชีพทางการเงิน" ที่ช่วยให้คุณรอดพ้นจากสถานการณ์ไม่คาดฝัน เช่น การตกงาน ค่ารักษาพยาบาล หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ
กองทุนฉุกเฉินควรมีอย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น (บางคนก็ขอ 12 เดือนเลยเพื่อความอุ่นใจ) ควรเก็บไว้ในบัญชีที่เข้าถึงง่าย เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง
ในพอดแคสต์ล่าสุดของ “Women & Money” Suze Orman (ซูซ ออร์แมน) ที่ปรึกษาทางการเงิน นักเขียน และพิธีกรรายการโทรทัศน์ชาวอเมริกัน กล่าวเอาไว้ว่า
“สิ่งที่แย่ที่สุดที่คุณสามารถทำได้ในตอนนี้คือการตื่นตระหนกและตัดสินใจที่ส่งผลเสียต่อความมั่นคงในระยะยาวของคุณ” ออร์แมนกล่าว “เมื่อคุณตัดสินใจเพราะความกลัว มันจะส่งผลกระทบต่อคุณในระยะยาว”
เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณต้องทำในช่วงเวลาที่โลกกำลังปั่นป่วนคือมีกองทุนสำรองฉุกเฉินของตัวเองเอาไว้ด้วย ปกป้องมันให้ดี ถ้ายังมีไม่พอแล้วตอนนี้มีงานประจำก็ทำไปก่อนเพื่อสร้างเสื้อชูชีพทางการเงินของตัวเอง
📌 4. หยุดซื้อของใหญ่ไปก่อน
หากคุณกำลังคิดจะซื้อรถใหม่ โทรทัศน์เครื่องใหญ่ หรือสินค้าแฟชั่นราคาแพง อาจเป็นการดีที่จะชะลอการใช้จ่ายออกไปก่อน
ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจไม่แน่นอน สิ่งที่เราควรทำคือใช้จ่ายอย่างรอบคอบและให้แน่ใจว่าเงินที่เรามีจะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่จำเป็นได้
📌 5. ติดตามรายจ่ายของตัวเอง
วิเลียมส์แนะนำว่าช่วงเวลาที่เศรษฐกิจผันผวนเป็นโอกาสที่ดีในการตรวจสอบพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเอง
“หลายคนเสียเงินไปกับค่าสมัครสมาชิกที่ไม่ได้ใช้ การกินข้าวนอกบ้าน หรือการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น โดยไม่รู้ตัว” เขากล่าว
ลองจดบันทึกค่าใช้จ่าย หรือใช้แอปฯ จัดการเงิน เพื่อให้รู้ว่าคุณใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง และสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้
การรัดเข็มขัดในบางช่วงเวลาเป็นสิ่งจำเป็นและที่จริงแล้วการติดตามรายจ่ายของตัวเองไม่ต้องรอให้วิกฤตก็ได้ สามารถทำได้เลยและควรทำอย่างสม่ำเสมอด้วย
📌 6. อย่าหมกมุ่นกับข่าวเศรษฐกิจมากเกินไป
ข้อนี้สำคัญมากๆ เช่นกัน เพราะข่าวสารทางเศรษฐกิจสามารถส่งผลกระทบต่ออารมณ์และทำให้เรากังวลโดยไม่จำเป็น
วิลเลียมส์เตือนว่า ควรบริโภคข่าวอย่างพอเหมาะและเลือกแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือได้เท่านั้น
“อัลกอริทึมของโซเชียลมีเดียมักจะป้อนข้อมูลที่ทำให้คุณกลัวมากขึ้น ซึ่งอาจทำให้คุณตัดสินใจทางการเงินที่ผิดพลาดได้”
ลองจำกัดเวลาการอ่านข่าวทางเศรษฐกิจ และมุ่งเน้นไปที่แผนการเงินของตัวเองมากกว่าการเปลี่ยนแปลงในตลาดทุกวัน
📌 7. มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่คุณควบคุมได้
สุดท้าย สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณสามารถทำได้ในช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน คือการมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่คุณควบคุมได้ เช่น การวางแผนการเงิน การลดค่าใช้จ่าย การเก็บออม ลดหนี้สิน และการปกป้องสุขภาพจิตของตัวเอง
“การกังวลไม่ได้ช่วยอะไรคุณเลย ดังนั้นจงใช้พลังงานของคุณไปกับสิ่งที่มีผลต่อชีวิตของคุณจริงๆ” วิลเลียมส์อธิบาย
📌 [ สรุป ]
✅ อย่าขายหุ้นเพราะความกลัว ถือไว้ในระยะยาว ถ้าจะขายต้องเข้าใจว่าขายทำไม
✅ อย่าหวังรวยเร็วจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เอาตัวเองให้รอดก่อน
✅ มีกองทุนฉุกเฉินเพียงพอ
✅ เลื่อนการซื้อของใหญ่ไปก่อน
✅ ติดตามรายจ่ายของตัวเอง
✅ ลดการเสพข่าวเศรษฐกิจที่มากเกินไป
✅ มุ่งเน้นไปที่สิ่งที่ควบคุมได้
โลกข้างนอกอาจจะวุ่นวาย และถ้ายิ่งจิตใจเราวุ่นวายตามไปด้วย ปัญหายิ่งจะเลวร้ายลงไปยิ่งกว่าเดิม ลองชะลอการเสพข่าว หาจังหวะนั่งวางแผนการเงินของตัวเอง ถ้ามีคนในครอบครัวลองชวนมาคุยกันดู
ชาร์ลี มังเกอร์ (Charlie Munger) หนึ่งในตำนานนักลงทุนเคยกล่าวเอาและน่าจะเป็นข้อสรุปที่เหมาะกับช่วงเวลานี้อย่างมากว่า
“ถ้าคุณจะลงทุนในหุ้นหรืออสังหาฯแบบระยะยาว แน่นอนว่ามันจะมีช่วงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด และช่วงที่มันบูม และผมคิดว่าคุณแค่ต้องเรียนรู้ที่จะผ่านมันไปให้ได้”
#aomMONEY #MakeRichGeneration #การเงินส่วนบุคคล #จัดการเงินในช่วงเศรษฐกิจผันผวน
โฆษณา