1 เม.ย. เวลา 09:47 • สุขภาพ

อะฟลาทอกซิน สารพิษก่อให้เกิดมะเร็ง

อะฟลาทอกซิน: สารพิษจากเชื้อราที่ก่อให้เกิดมะเร็งหลายชนิด
1. อะฟลาทอกซินคืออะไร?
อะฟลาทอกซิน (Aflatoxin) เป็นสารพิษที่ผลิตโดยเชื้อราตระกูล Aspergillus flavus และ Aspergillus parasiticus ซึ่งสามารถเติบโตบนอาหารที่มีความชื้นสูง เช่น ถั่วลิสง ถั่วเหลือง พริกแห้ง พริกป่น ธัญพืช และอาหารแห้ง โดยเฉพาะในเขตภูมิอากาศร้อน-ชื้น
2. อะฟลาทอกซินกับการก่อมะเร็ง
อะฟลาทอกซินเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ที่จัดอยู่ในกลุ่ม Group 1 (ก่อมะเร็งในมนุษย์อย่างแน่นอน) โดยองค์การวิจัยมะเร็งระหว่างประเทศ (IARC)
เมื่อเข้าสู่ร่างกาย สารนี้จะถูกตับเผาผลาญโดยเอนไซม์ในตับและเปลี่ยนเป็นสารที่มีฤทธิ์ทำลาย DNA (Aflatoxin-8,9-epoxide) ซึ่งทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของยีนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ เช่น ยีน p53 ซึ่งเป็นยีนต้านมะเร็ง
ความเสียหายของ DNA จะนำไปสู่การแบ่งตัวของเซลล์อย่างผิดปกติและก่อให้เกิดมะเร็งในอวัยวะต่างๆ
3. มะเร็งที่เกี่ยวข้องกับอะฟลาทอกซิน
3.1 มะเร็งตับ (Hepatocellular Carcinoma, HCC)
เป็นมะเร็งที่มีความเกี่ยวข้องกับอะฟลาทอกซินมากที่สุด
ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมากหากผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี (HBV) หรือซี (HCV)
เกิดจากการทำลาย DNA ในตับและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์ผิดปกติ
3.2 มะเร็งไต
ไตเป็นอวัยวะที่กรองของเสียจากกระแสเลือด ดังนั้นอะฟลาทอกซินที่ถูกเผาผลาญในตับจะถูกส่งไปที่ไตและสะสมจนก่อให้เกิดความเสียหาย
มีการศึกษาพบว่าอะฟลาทอกซินสามารถทำให้เกิดการกลายพันธุ์ในเซลล์ไต ซึ่งมีความเสี่ยงต่อมะเร็งไต
3.3 มะเร็งปอด
การสูดดมฝุ่นจากอาหารหรือธัญพืชที่ปนเปื้อนเชื้อราอาจทำให้สารอะฟลาทอกซินเข้าสู่ปอด มีรายงานว่าคนที่ทำงานในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารหรือเกษตรกรรมที่สัมผัสฝุ่นจากธัญพืชที่ปนเปื้อนเชื้อรามีอัตราการเกิดมะเร็งปอดสูงขึ้น
3.4 มะเร็งกระเพาะอาหารและลำไส้ อะฟลาทอกซินที่บริโภคผ่านอาหารจะทำลายเยื่อบุลำไส้และกระเพาะอาหารจะทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์ในระบบทางเดินอาหาร
3.5 มะเร็งเต้านม
จากงานวิจัยพบว่าการได้รับอะฟลาทอกซินเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม อะฟลาทอกซินรบกวนระบบฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเซลล์เต้านม
มีการตรวจพบอะฟลาทอกซินในเนื้อเยื่อเต้านมของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ซึ่งบ่งชี้ถึงบทบาทของสารพิษนี้ในการกระตุ้นมะเร็ง
4. การป้องกันการได้รับอะฟลาทอกซิน
1. เก็บอาหารให้แห้งและสะอาด – หลีกเลี่ยงการเก็บถั่วลิสง เครื่องเทศ หรือธัญพืชในที่ชื้น
2. คัดเลือกแหล่งอาหารที่ปลอดภัย – เลือกซื้อจากแหล่งที่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ
3. เชื้อราบนอาหาร – ไม่ควรบริโภคอาหารที่มีเชื้อรา หรือสีและกลิ่นผิดปกติ
4. บริโภคอาหารที่ช่วยลดผลกระทบของอะฟลาทอกซิน – เช่น สารเรสเวอราทรอลที่สกัดได้จากพืช
5. สรุป
อะฟลาทอกซินไม่ได้เป็นสาเหตุของมะเร็งตับเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหลักฐานว่าสารนี้เกี่ยวข้องกับมะเร็งอวัยวะอื่นๆ เช่น ไต ปอด กระเพาะอาหาร ลำไส้ และเต้านม ดังนั้น การลดการได้รับสารพิษนี้จากอาหารเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งหลายชนิด
โฆษณา