1 เม.ย. เวลา 13:34 • ความคิดเห็น
พอสำรวจตัวเอง ก็รู้ว่า เราพยายามที่จะทำดี .แต่ไม่ได้เป็นคนดีอะไร เป็นปุถุชน ก็มีเรื่องราวเสียที มากมายก่ายกอง พยายามมีสติสัมปชัญญะ รู้สึกตัว ..ที่จะหยุดยั้งอารมณ์ ..แต่นั่นแหละ มันก็มีเผลอสติ ไปกับอารมณ์ ที่เคยใช้ จนเคยชิน ก็ไม่รู้ตัวว่า อารมณ์ที่ใช้ มันทำให้เกิดการคล้องเวรกรรม ไม่รู้ว่า กรรมนั้นเค้าไปเก็บ ซ่อนเร้นที่ไหนกัน
..ก็ได้พระท่านสะกิด ว่า คนเราอยู่กับอารมณ์ ก็ไม่รู้จักอารมณ์ อยู่กับกรรม ก็ไม่รู้จักกรรม อยู่กับกายที่อาศัย ก็ใช้กายไปกินเหล้า เมามาย วิญญาณทั้งหก ก็เมาไปด้วย แต่ก็ยังหลงว่า ตัวเองดีแล้วอยู่นั่นแหละ .
มันไม่เคยคิดทบทวน ว่า นี่ที่ได้กายมนุษย์ครบอาการสามสิบสองนี้ มันมีความสำคัญ มีพระคุณเป็นประโยชน์ แก่จิตของตนเอง ทีจะได้ใช้กายนี้ เรียนรู้จักจิตของตัวเอง มาอาศัยกายนี้ กายมันเจ็บป่วย ก็ให้เรียนรู้ว่า อะไรน่ะมันทำให้กายนี้ เจ็บป่วย กายนี้ไม่เจ็บป่วยได้มั่ย กายนี้มันเจ็บป่วย เราก็สร้างบุญกุศลปฏิบัติธรรมของเราไป เค้าบอกว่า ทำกายกรรม ให้เป็นกายบุญเกิดขึ้น ไอ้ที่เจ็บป่วย มันก็บรรเทา อีกทั้งได้เรียนรู้ว่า ที่เจ็บป่วยนั้น เป็นเพราะเคยไปทำเค้ามา
หากไม่เคยทำมา ธาตุดินน้ำลมไฟ ท่านก็ก็คงไม่นำกรรม มาให้เกิดขึ้นที่กาย บางที่ก็ไปกินเนื้อกรรมเค้าเอร็ดอร่อย เอาเข้าเนื้อกรรมมาเลี้ยงสีงขาร เพื่อเอาสังขารนี้ไปสร้างกรรมต่อไปอีก พอกินเนื้อกรรมมากเค้า ก็ไม่เคยนึกถึงว่า ควรจะตอนแทนน้ำเลือดน้ำหนองของผู้ที่มีกรรมบ้าง ไม่เคยคิดถึง เค้าเลย ..เนี่ยมันก็เปนอย่างนี้ . จิตไม่รู้จักคำว่าพระคุณอะไรเลย .ไม่ได้เป็นคนดีอะไรกับเค้าได้เลย
.คนดีที่หยุดยั้งอารมณ์ในตัวตนนั่น ยังทำไม่ได้ ..คนอีกยาวไกล .ก็ได้แต่เตือนตนเอง ว่าให้มีสติสัมปชัญญะรู้จักกรรม มีสติสังขารสร้างบุญกุศลบารมี หนีกรรม หยุดสำรวจตรวจสอบตัวเอง คนดีคนชั่ว ที่เกิดขึ้นในกายนี้ จะได้ทิ้งมันไป ชั่วก็ไม่เอา พอดีมา ..เกิดมีคำติคำขม ..ก็หลงไปอีกยาวไกล ยาวไกล เกิดๆตายๆไปอาศัยสังขารนั้นสังขารนี้ ไปเรื่อยๆ ..จิตต้องเดินทางอีกยาวไกล นับชาติเกิดไม่ได้เลย เนื่องด้วยกรรมที่สะสมมาเอง
โฆษณา