2 เม.ย. เวลา 00:47 • ไลฟ์สไตล์
เรื่องราวของอารมณ์ นั้นมันมีลักษณะของความยึดถือ ที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้วิญญาณตาหูจมูกลิ้นกายใจ นำเข้าปกคลุม สะสมอยู่ในกายที่มีจิต..มีธาตุทั้งสี่ เก็บสะสมเข้ามา ..มันสะสม..เอาเรื่องนั้นเรื่องนี้ เรื่องที่ก็อารมณ์คนนั้นคนนี้ เอาเข้ามาทับถมตัวเราเอง บางที่ก็ไปเจอะเจอ พวกที่ท่องคาถาอาคม ท่องซ้ำ ไปซ้ำมา .เกิดเราเอาตาเราไปมอง เอาหูไปฟัง จิตของเรามันก็ออกไป..ไปยึดรูปยึดเสียง นั้นเข้ามา . ไปยึดเข้ามา
.. นั้นเป็นเรื่องราวของคำว่า จิต..ที่มีกรรม ไม่เคยอยู่นิ่งๆเฉยๆ อยู่ภายในกายที่จิตนั่นอาศัย ที่เป็นเหมือนบ้าน ของจิต..ให้จิตอาศัยอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ก็มีการขนเอาสิ่งต่างเข้ามาในบ้าน จนรกรุงรัง กายมันก็หนัก เครียดด้วยวัตถุสิ่งของที่ขนเข้ามาในบ้าน .
คราวนี้ ..จิตเราอาศัยอยู่ในกาย ..เราก็ไม่เคยเรียนรู้จัก ..ตัวเราเองที่เป็นนามธรรม อาศัยอยู่ภายในกาย สิ่งที่ขนเข้ามามากเข้า เลือดลมมันก็เป็นสีดำ ไหลเวียนไม่สะดวก อากาศดีๆมันก็ถ่ายเทในกายไม่ได้ .. เส้นสายตรงนั่นตรงนี้ตึง .
หากเรารู้จักคำว่า หัวเรือ คือที่หัวของเรา .มันเหมือนหัวเรือ เราพายเรือ คือ กายนี้ ..ไปกระแทก .ก้อนกรวด ก้อนหิน ..ไปเจอคนนั่นคนนี้ เจอคนนินทากัน ไปเที่ยวสถานที่อโคจร หรือ สถานที่ที่วุ่นวาย .. หัวเรือ..มันไปกระแทก ..มันก็บอบช้ำ สมองมึนงง ตึงเครียด ..เมื่อสะสมไปเรื่อง ทั้งหัวเรือ มันก็ช้ำ .สะสมอารมณ์กรรมต่างๆมากมาย
เรื่องราวของการระบาย ..อารมณ์ นั่น มันมีหลายแบบ บางคนก็บ่น บางคนก็ไปเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ ให้คนนั้นคนนี้ฟัง หากผู้ฟังนิ่งเฉย ปิดเสียงคำพูด ที่เล่าด้วยอารมณ์ที่เป็นทุกข์ ผู้ฟังก็ไปรับอารมณ์ของคนระบายเข้ามาในกาย ที่เป็นสีดำสีม่วง ..คล้องเวรกรรมกันไป บางคนก็ ระบาย ร้องห่มร้องให้ .. ระบายทุกข์ออกไป ชั่วขณะหนึ่ง แล้วก็มอบอยู่ข้างๆจิค . เดี๋ยวก็..มีอารมณ์เข้ามา ลุกขึ้นมาใหม่ .. ซ้ำเหมือนเดิม วนอยู่ที่เก่า ดีใจก็ร้องให้ เสียใจก็ร้องไห้
บางคนก็สามีเสีย กรือ เมียตาย ร้องห่มร้องไห้ เป็นวัดเป็นเวร จะตายตามกันไปให้ได้ ..พอผ่านไป ไม่เกินสามเดือน ..เอ้า..เจอะเจอเนื้อคู่ใหม่อีกแล้ว ได้เมียใหม่ผัวใหม่ ..ทีร้องห่มร้องให้ .ตอนคนเก่าจากไป ..ก็ไม่ใข่อะไรหรอก ..ที่จริงดีใจ..แกไปๆเสียที..ฉันจะได้มีใหม่ ..ใช้ของใหม่ ..เวลาได้ของใหม่ๆ มันก็ดีใจ ..
..เรื่องราวของการใช้วิญญาณทั้งหก ที่ไปขนของ ไปยึดเข้ามา ขนเข้ามาในบ้าน เค้าก็แนะนำ ให้ใช้กาย ใช้วิญญาณหก เอาไปสวดมนต์ ปฏิบัติธรรม ภาวนา .สร้างบุญกุศลขึ้น ขนเอาสิ่งที่ดีๆ เข้ามาในบ้าน .บ้านก็จะไม่รกรุงรัง เหมือนที่เค้าว่า เอาน้ำดีๆ มาไล่น้ำเสีย ของบูดเน่าในบ้าน ที่เป็นกรรมของผู้อาศัยขนมาเอง ไม่เลือกเลยว่า ที่ขนเข้ามามันดี หรือไม่ดีอย่างไร เวลากินอาหารเราก็เลือกได้..แต่อารมณ์ที่กลือนกินกายนี้ ..เราไม่มีสติปัญญาจะเลือก ไม่เคยจับตนค้นตนในเรือนกายนี้เลย
โฆษณา