2 เม.ย. เวลา 07:24 • ปรัชญา
เส้นทาง ..จิตมาอาศัยกายมนุษย์ นั้นใช้กายนี้ .เพื่อจะไป .ได้หลากหลายเส้นทาง เมื่อหมดกายเป็นมนุษย์ คราวนี้ ..จิตที่เกิดมาอาศัยกายมนุษย์ ก็ไม่รู้จักเส้นทาง ได้แต่ปล่อยไปตาม ..กรรมที่ปรุงแต่ง เหมืิอน เรือที่ออกจากท่า พลัดหลง ไม่รู้เส้นทาง มองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก็เห็นแต่ท้องฟ้า ยามค่ำคืนก็เห็นดวงดาว .เรือก็ลอยไป ..ไม่รู้เส้นทาง ..อยากไปสวรรค์ ก็ได้แต่มอง มองลงท้องทะเล .โอ้ว ..เรือล่มเมื่อไหร่ จิตก็จมลงไป อยู่ใต้ท้องทะเล ก็เดินหลงทิศหลงทาง ใช้กายไปวันๆ รอคอยความตาม เหมือนเรือน้อยลอยอยู่กลางทะเล
คราวนี้ ก็มีผู้ชี้ทางให้ พาเรือลำน้อยๆ มาทางนี้ มาพาทางนี้ ..มาอาศัยพึ่ง ศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำกายมาพายเรือ ทวนอารมณ์ ทิ้งอารมณ์โลภโกรธหลงนั้นไป ..ทิ่งอารมณ์นึกคิด นึกอยาก .มายืนมาเดินนั่งในรอยของพระ .ที่ท่านพ้นทุกข์ไปแล้ว
เราก็ฝึกหัด .เดืนเส้นทางนี้แหละ ..เค้าว่าทางนี้เป็นทางสายเอก ..ทางเดียว ที่ทำให้ จิตนั้นลอยขึ้น .จะเรียกว่า สวรรค์ ไปพักที่สวรรค์ แล้วลงมาใหม่ มาพายเรือทวนน้ำ ..ขึ้นไปใหม่ ทวนความโลภโกรธหลงเป็นกระแสน้ำ ที่ไหลลงที่หัวเรือ หูตาจมูกลิ้นกายใจ ..อารมณ์เป็นคลื่นเหมือนกรัแสน้ำพัดลงมาตลอดเวลา ..ก็ฝืนไม่ได้ ปล้อยเรือไปตามน้ำ แล้วเมื่อไหร่ จะพายเรือไปถึงท่า ..เค้่าเรียกว่าท่าบุญกุศล กายเป็นบุญเทพยดาอินทร์พรหม .
โฆษณา