3 เม.ย. เวลา 03:51 • ปรัชญา

การอธิบาย 4 ขั้นตอนของการรับพุทธาภิเษก

🔹 ความหมายของ "พุทธาภิเษก"
ในภาษาสันสกฤต คำว่า "พุทธาภิเษก" (灌頂, อภิเษกะ, Abhisheka) หมายถึง "การขจัดออก" และ "การหลั่งรินเข้าไป" ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้ม่านแห่งอวิชชาถูกฉีกออก และพลังอำนาจจากพระคุรุหลอมรวมเข้าสู่กาย วาจา และใจของเรา
การพุทธาภิเษกเป็นการอนุญาตให้เราสามารถฝึกปฏิบัติธรรมในระดับที่สูงขึ้น และเป็นพรอันศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เรามีโอกาสบรรลุสัมโพธิญาณ หากเราไม่ได้รับพุทธาภิเษกจากพระคุรุที่แท้จริง การปฏิบัติธรรมก็จะเหมือนกับการพยายามสกัดน้ำมันจากเม็ดทราย ซึ่งต้องการพุทธาภิเษกเพื่อให้เราฝึกฝนอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ในการรับพุทธาภิเษกสี่ประการ เราต้องมีศรัทธาและความปรารถนาอันแรงกล้าต่อพระคุรุ พระองค์จะตอบสนองเราอย่างเต็มเปี่ยมด้วยมหากรุณาและปัญญาญาณ
🔺 กระบวนการอัญเชิญพุทธาภิเษก
ในแนวปฏิบัติของสาย "ลองเช็น ญิงทิก" (龍欽寧體, Longchen Nyingtik) บทอธิษฐานเริ่มต้นด้วยคำว่า
"เอมาโฮ! อนันตพุทธเกษตรจงสำแดงประจักษ์..."
บทอธิษฐานนี้สามารถพบได้ในคัมภีร์พิธีกรรมแห่งการเข้าถึงพระคุรุ (上師相應法) ที่มีเนื้อหายาวกว่า
เมื่อกล่าวบทอธิษฐานจบลง เทพ พระธรรมบริวาร อสุรกาย และผู้พิทักษ์ธรรมทั้งหลายจะหลอมรวมกลับคืนสู่พระคุรุปัทมสัมภวะ ซึ่งจะส่องแสงประกายออกมาอีกครั้ง กลายเป็นศูนย์กลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพุทธะทั้งปวง
หลังจากนั้น เราจะเข้าสู่กระบวนการรับพุทธาภิเษกจากพระองค์
🔻พุทธาภิเษกขั้นที่หนึ่ง: พุทธาภิเษกแห่งน้ำอมฤต (灌頂, "Abhisheka")
จินตนาการว่า ณ ตำแหน่งหว่างพระขนงของพระคุรุ มีอักษร "โอม" สีขาวแผ่รัศมีออกมาเหมือนผลึกแก้วแห่งแสงอันบริสุทธิ์
แสงแห่ง "โอม" ส่องมายังหว่างคิ้วของเรา ขณะนี้เรากำลังอยู่ในร่างแห่งวัชรโยคินี พลังแสงนี้ได้ซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเรา ผ่านเส้นพลังงานอันละเอียดอ่อนทั้งสามสาย ได้แก่
• เส้นกลาง (中脈)
• เส้นซ้าย (左脈)
• เส้นขวา (右脈)
แสงสีขาวนี้ชำระล้างกรรมทางกายทั้งหมดของเรา และมอบพลังแห่งกายวัชระให้แก่เรา
พุทธาภิเษกนี้เรียกว่า "พุทธาภิเษกแห่งน้ำอมฤต" หรือ "พุทธาภิเษกแห่งภาชนะ"
• ได้รับอนุญาตให้ฝึกสมาธิในระดับ "การเกิดขึ้นเป็นเทพ"
• ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งการบรรลุธรรมในร่างสัมโภคกาย (化身, Sambhogakaya)
🔻พุทธาภิเษกขั้นที่สอง: พุทธาภิเษกแห่งมนตรา (秘密灌頂, "Guhya Abhisheka")
จากพระศอของพระคุรุ มีอักษร "อะ" สีแดงเปล่งแสงออกมาดั่งแสงทับทิมอันเจิดจ้า
แสงสีแดงนี้ซึมซาบเข้าสู่ลำคอของเรา ขจัดพลังลบที่เกิดจากวาจาที่ไม่ดี เช่น คำโกหก การนินทา การพูดหยาบ หรือการพูดที่สร้างความแตกแยก
พุทธาภิเษกนี้เรียกว่า "พุทธาภิเษกแห่งมนตรา" หรือ "พุทธาภิเษกแห่งความลับ"
• ได้รับอนุญาตให้สวดมนต์มนตราอันศักดิ์สิทธิ์
• ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งการบรรลุสัมโภคกายของพระพุทธเจ้า
🔻 พุทธาภิเษกขั้นที่สาม: พุทธาภิเษกแห่งปัญญาญาณ (智慧灌頂, "Prajña Abhisheka")
จากพระหทัยของพระคุรุ มีอักษร "หูง" สีน้ำเงินส่องประกายออกมาดั่งท้องฟ้าใสในฤดูใบไม้ร่วง แสงสีฟ้านี้ส่องสว่างเข้าสู่ใจกลางดวงจิตของเรา ขจัดโทสะ อิจฉา และมิจฉาทิฏฐิ รวมถึงพลังลบที่สะสมมาจากอดีตกาล
พุทธาภิเษกนี้เรียกว่า "พุทธาภิเษกแห่งปัญญาญาณ"
• ทำให้จิตหลอมรวมกับสภาวะแห่งความสุขอันสูงสุด
• ปลูกฝังเมล็ดพันธุ์แห่งการบรรลุธรรมในระดับ "ธรรมกาย"
🔻 พุทธาภิเษกขั้นที่สี่: พุทธาภิเษกธรรมชาติแห่งจิต (句義灌頂, "Samaya Abhisheka") สุดท้าย อักษร "หูง" สีฟ้าอีกตัวหนึ่งพุ่งออกจากพระหทัยของพระคุรุ เข้าสู่หัวใจของเรา
การพุทธาภิเษกนี้ทำให้จิตของเราหลุดพ้นจากอาลัยวิญญาณ (อาลยวิชญาณ, Alaya-vijñāna) และเข้าสู่ภาวะแห่งอารยะที่ไร้ตัวตน
พุทธาภิเษกนี้เรียกว่า "พุทธาภิเษกธรรมชาติแห่งจิต"
• เป็นจุดสูงสุดของการปฏิบัติแบบ (Dzogchen)
• สภาวะที่เรารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระคุรุปัทมสัมภวะ
🔹เมื่อเราบรรลุภาวะแห่งพุทธาภิเษกขั้นสุดท้าย เราจะได้รับพุทธาภิเษกจากพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ในสามกาลซึ่งถือว่าเป็นการบรรลุสภาวะธรรมกายที่แท้จริง
โฆษณา