3 เม.ย. เวลา 04:16 • ปรัชญา

"ความว่าง: หนทางสู่การหลุดพ้นจากอัตตา"

เมื่อบุคคลเข้าใจว่า ทุกสิ่งล้วนปราศจากตัวตน ไม่ว่าภายในหรือภายนอก ก็จะตระหนักว่า รูป นาม และจิต ล้วนว่างเปล่าจากการมีอยู่โดยตัวของมันเอง ความว่างนี้มิใช่เพียงแค่แนวคิดทางปรัชญา แต่เป็น สัจธรรมสูงสุด (ปรมัตถสัจจะ) ที่ดำรงอยู่นอกเหนือจากกรอบของความยึดมั่นในอัตตา
การตระหนักรู้ถึงความว่างอันแท้จริง นำไปสู่การปล่อยวางจากความยึดติดที่เกิดจากอวิชชา—ความไม่รู้ เมื่อเราไม่ยึดถือสิ่งใดว่ามีอยู่โดยตัวมันเอง เราก็ไม่ถูกพันธนาการด้วยมโนภาพแห่ง "ตัวฉัน" หรือ "ของฉัน" การเข้าใจความว่างเช่นนี้มิใช่การปฏิเสธโลกหรือปฏิเสธการดำรงอยู่ของสรรพสิ่ง แต่เป็นการมองเห็นทุกสิ่งตามสภาพแห่งความเป็นจริง—ไร้ซึ่งแก่นสารถาวร และไม่อาจยึดถือได้อย่างแท้จริง
ทัศนะเรื่อง สุญญตา (ความว่างเปล่า) นี้ ได้รับการอธิบายไว้อย่างลึกซึ้งโดย พระอาจารย์จันทรกีรติ (Chandrakirti) ปราชญ์แห่งนาลันทามหาวิหาร ผู้เป็นนักอรรถกถาคนสำคัญของแนวคิด "ทางสายกลาง" (มาธยมิกะ - Madhyamaka) ซึ่งก่อตั้งโดย พระนาคารชุน (Nāgārjuna) ในศตวรรษที่ 2
จันทรกีรติเป็นที่รู้จักจากผลงานชิ้นสำคัญ "มัธยมกาวตาร" (Madhyamakāvatāra) หรือ "การเข้าสู่ทัศนะทางสายกลาง" ซึ่งเป็นการอรรถาธิบายแนวคิดของมาธยมิกะโดยใช้ วิภาษวิธี (dialectic) เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกสิ่งปราศจากตัวตนอันเที่ยงแท้และไม่สามารถดำรงอยู่โดยอิสระจากเงื่อนไขต่าง ๆ ได้
นอกเหนือจากการวิเคราะห์ทางปรัชญาแล้ว จันทรกีรติยังเน้นความสัมพันธ์ระหว่างการทำความเข้าใจสุญญตา กับการฝึกฝนจิตสู่โพธิจิต (จิตแห่งการตรัสรู้) และความเมตตากรุณา งานของเขามีอิทธิพลอย่างสูงต่อแนวคิดพุทธศาสนามหายาน โดยเฉพาะในสาย วัชรยานในทิเบต ซึ่งยังคงสืบทอดและขยายความคำสอนของเขาจนถึงปัจจุบัน
— จากคัมภีร์ "มัธยมกาวตาร" (Madhyamakāvatāra) โดยพระอาจารย์จันทรกีรติ (Chandrakirti)
โฆษณา