Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Top Ranking
•
ติดตาม
3 เม.ย. เวลา 09:00 • การศึกษา
10 สิ่งต้องมี หากคิดจะสร้างตึกรับแรงสะเทือน (แผ่นดินไหว)
การสร้างอาคารที่สามารถต้านทานแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวได้ ไม่ใช่แค่การสร้างให้แข็งแรงทื่อๆ แต่ต้องอาศัยความเข้าใจในหลักวิศวกรรมและการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้อาคารมีความ "เหนียว" สามารถโยกตัวและสลายพลังงานได้อย่างปลอดภัย ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินภายใน นี่คือ 10 สิ่งสำคัญที่ต้องมี หากคิดจะสร้างอาคารรับแรงสั่นสะเทือน
1. การประเมินความเสี่ยงทางธรณีวิทยาและแผ่นดินไหว ณ ที่ตั้งอาคาร
☆ ต้องมี: การศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยาของพื้นที่ก่อสร้างอย่างละเอียด รวมถึงประวัติการเกิดแผ่นดินไหว รอยเลื่อนที่อยู่ใกล้เคียง และลักษณะชั้นดิน
☆ เหตุผล: เพื่อประเมินระดับความเสี่ยงและออกแบบอาคารให้เหมาะสมกับสภาพแรงสั่นสะเทือนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงในบริเวณนั้น ดินแต่ละประเภทมีการตอบสนองต่อแรงสั่นสะเทือนต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อการออกแบบฐานรากและโครงสร้างโดยตรง
2. ฐานรากที่แข็งแรงและออกแบบพิเศษ
☆ ต้องมี: การออกแบบฐานรากที่สามารถถ่ายเทน้ำหนักอาคารลงสู่ชั้นดินที่แข็งแรงได้อย่างมั่นคง และอาจมีการออกแบบพิเศษเพื่อลดทอนแรงสั่นสะเทือน เช่น ฐานรากแผ่ ฐานรากเสาเข็ม หรือแม้แต่ระบบฐานรากแยกส่วน (Base Isolation)
☆ เหตุผล: ฐานรากคือส่วนที่เชื่อมต่ออาคารกับพื้นดิน หากฐานรากไม่มั่นคงหรือเสียหาย อาคารทั้งหลังก็อาจทรุดตัวหรือพังทลายได้ ระบบ Base Isolation จะช่วย "แยก" อาคารออกจากแรงสั่นของพื้นดิน ทำให้อาคารส่วนบนเคลื่อนตัวน้อยลง
3. โครงสร้างอาคารที่ยืดหยุ่น (มีความเหนียว - Ductility)
☆ ต้องมี: การออกแบบโครงสร้างหลัก (เสา, คาน) ให้มีความสามารถในการ "โยกตัว" หรือ "บิดงอ" ได้โดยไม่แตกหักหรือพังทลายทันทีเมื่อรับแรงสั่นสะเทือน
☆ เหตุผล: ความเหนียว (Ductility) ทำให้โครงสร้างสามารถดูดซับและสลายพลังงานจากแผ่นดินไหวได้ แทนที่จะต้านทานแบบแข็งทื่อจนเปราะหัก การออกแบบนี้ช่วยให้อาคารยังคงรูปอยู่ได้แม้จะเสียหายบางส่วน เปิดโอกาสให้ผู้คนอพยพได้ทัน
4. วัสดุก่อสร้างคุณภาพสูงและเหมาะสม
☆ ต้องมี: การเลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพตามมาตรฐาน และมีคุณสมบัติเหมาะสมกับการรับแรงสั่นสะเทือน เช่น เหล็กเสริมคอนกรีตที่มีกำลังและระยะยืดที่เหมาะสม คอนกรีตที่มีกำลังอัดตามที่ออกแบบ
☆ เหตุผล: วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานหรือไม่เหมาะสม อาจไม่สามารถรับแรงดึงหรือแรงอัดที่เกิดขึ้นซ้ำๆ ระหว่างแผ่นดินไหวได้ ทำให้โครงสร้างเสียหายก่อนเวลาอันควร
5. จุดเชื่อมต่อโครงสร้างที่แข็งแรงเป็นพิเศษ
☆ ต้องมี: การออกแบบและก่อสร้างรอยต่อระหว่างชิ้นส่วนโครงสร้างต่างๆ (เช่น ระหว่างเสากับคาน, คานกับพื้น, เสากับฐานราก) ให้มีความแข็งแรงและถ่ายเทแรงได้อย่างต่อเนื่อง
☆ เหตุผล: จุดเชื่อมต่อมักเป็นจุดอ่อนที่เสียหายได้ง่ายในระหว่างแผ่นดินไหว หากจุดเชื่อมต่อไม่แข็งแรงพอ ชิ้นส่วนโครงสร้างอาจแยกออกจากกันและทำให้อาคารพังทลาย
6. ระบบกระจายหรือสลายพลังงานแผ่นดินไหว (ถ้าจำเป็น)
☆ ต้องมี (สำหรับอาคารสูงหรืออาคารสำคัญ): การติดตั้งอุปกรณ์พิเศษเพื่อช่วยดูดซับหรือสลายพลังงานจากแผ่นดินไหว เช่น อุปกรณ์หน่วง (Dampers) หรือ ระบบมวลหน่วง (Tuned Mass Dampers)
☆ เหตุผล: อุปกรณ์เหล่านี้ทำหน้าที่คล้าย "โช้คอัพ" ของอาคาร ช่วยลดการสั่นไหวของโครงสร้างหลัก ทำให้การโยกตัวลดลง ความเสียหายต่อโครงสร้างและส่วนประกอบอื่นๆ ก็น้อยลงไปด้วย
7. การออกแบบโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ
☆ ต้องมี: การออกแบบโครงสร้างอาคารโดยวิศวกรโครงสร้างที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวโดยเฉพาะ
☆ เหตุผล: การออกแบบอาคารรับแรงสั่นสะเทือนมีความซับซ้อน ต้องใช้ความรู้เฉพาะทางในการคำนวณแรง ออกแบบรายละเอียดโครงสร้างและจุดต่อต่างๆ ให้เป็นไปตามหลักการทางวิศวกรรมและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
8. การปฏิบัติตามมาตรฐานและกฎหมายอาคาร
☆ ต้องมี: การออกแบบและก่อสร้างให้เป็นไปตามมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านทานแผ่นดินไหวที่บังคับใช้ในพื้นที่นั้นๆ (เช่น มาตรฐาน มยผ. ในประเทศไทย) และกฎหมายควบคุมอาคารอื่นๆ
☆ เหตุผล: มาตรฐานเหล่านี้กำหนดข้อกำหนดขั้นต่ำเพื่อความปลอดภัยของอาคาร การปฏิบัติตามเป็นการรับประกันว่าอาคารได้รับการออกแบบและก่อสร้างให้มีความสามารถในการต้านทานแผ่นดินไหวในระดับที่ยอมรับได้
9. การควบคุมคุณภาพการก่อสร้างที่เข้มงวด
☆ ต้องมี: ระบบการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอนของการก่อสร้าง ตั้งแต่การตรวจสอบวัสดุ วิธีการก่อสร้าง ไปจนถึงการตรวจสอบความถูกต้องตามแบบ
☆ เหตุผล: การออกแบบที่ดีจะไร้ประโยชน์หากการก่อสร้างไม่ได้มาตรฐาน การควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดช่วยให้มั่นใจว่าอาคารที่สร้างขึ้นจริงมีความแข็งแรงและคุณสมบัติตามที่
วิศวกรได้ออกแบบไว้
10. แผนการตรวจสอบและบำรุงรักษา
☆ ต้องมี: แผนการตรวจสอบสภาพอาคารและอุปกรณ์พิเศษ (ถ้ามี) อย่างสม่ำเสมอ และการบำรุงรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดอายุอาคาร
☆ เหตุผล: การใช้งานและปัจจัยแวดล้อมอาจทำให้อาคารหรืออุปกรณ์เสื่อมสภาพ การตรวจสอบและบำรุงรักษาจะช่วยให้มั่นใจว่าระบบต้านทานแผ่นดินไหวยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุการณ์จริง
การสร้างอาคารต้านทานแผ่นดินไหวเป็นการลงทุนเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการออกแบบและก่อสร้างที่สูงขึ้น แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเทียบกับความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้นหากอาคารถูกสร้างโดยไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยสำคัญเหล่านี้เลย
ความรู้รอบตัว
การศึกษา
สาระน่ารู้
1 บันทึก
1
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย