เมื่อวาน เวลา 02:28 • หุ้น & เศรษฐกิจ

สงครามการค้า: ไฟลุกที่จะทำให้เงินเฟ้อรุนแรงหรือจะทำให้เงินฝืดรุนแรง? นักลงทุนควรรับมืออย่างไร?

ในโลกของเศรษฐกิจ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไร้ผลกระทบ และเมื่อยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐฯ เดินหน้าขึ้นภาษีสินค้านำเข้า การสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นไม่ได้กระทบแค่ผู้ผลิตในประเทศที่ถูกตั้งเป้าเท่านั้น แต่มันอาจเป็นชนวนให้เกิดทั้งเงินเฟ้อรุนแรงหรือเงินฝืดรุนแรงในระดับโลก นักลงทุนน่าจะเริ่มได้กลิ่นความเปลี่ยนแปลงนี้แล้ว และนี่คือเวลาที่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม!
สงครามภาษี: จุดไฟเงินเฟ้อ หรือดึงเศรษฐกิจให้จมดิ่ง?
สหรัฐฯ กำลังใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในซัพพลายเออร์รายใหญ่ของโลก ผลที่ตามมาคืออะไร?
• เงินเฟ้อพุ่ง - ราคาสินค้าสูงขึ้นเพราะต้นทุนการนำเข้ามีภาษีเพิ่ม ทำให้ราคาสินค้าขึ้นไปด้วย อเมริกันชนต้องจ่ายแพงขึ้น ธุรกิจที่ใช้วัตถุดิบจากต่างประเทศก็ต้องขึ้นราคาขาย ผลที่ตามมาคือค่าครองชีพพุ่งสูง อำนาจซื้อของประชาชนลดลง
• เงินฝืดกระหน่ำ - หากธุรกิจปรับตัวด้วยการลดต้นทุน ลดกำลังการผลิต
หรือแม้กระทั่งลดพนักงานเพื่อรักษากำไร ผลที่เกิดขึ้นคือการใช้จ่ายลดลงอย่างหนัก การบริโภคชะลอตัว จนทำให้เกิดภาวะเงินฝืดรุนแรง ซึ่งเสี่ยงต่อเศรษฐกิจถดถอย
แล้วใครได้ใครเสีย?
ใครได้ประโยชน์? ใครต้องรับกรรม?
✅ ผู้ได้ประโยชน์
• ผู้ผลิตในประเทศ: บริษัทที่ผลิตสินค้าในอเมริกาอาจได้รับอานิสงส์เพราะสินค้านำเข้าแพงขึ้น ทำให้สินค้าภายในประเทศมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น
• อุตสาหกรรมที่รัฐสนับสนุน: ภาคการผลิตที่ได้รับการสนับสนุน เช่น
เหล็ก พลังงาน และเทคโนโลยี อาจได้แรงหนุนจากมาตรการนี้
❌ ผู้เสียประโยชน์
• ผู้บริโภค: คนอเมริกันต้องจ่ายแพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของใช้ประจำวันหรือสินค้าฟุ่มเฟือย
• ธุรกิจที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากต่างประเทศ: โรงงานหรือบริษัทที่ใช้วัตถุดิบจากจีนและประเทศอื่น ๆ ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น หรืออาจต้องหาซัพพลายเออร์ใหม่ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย
สินทรัพย์ไหนรุ่ง? สินทรัพย์ไหนร่วง?
📈 มีโอกาสขึ้น:
• ทองคำ: เป็นสินทรัพย์ปลอดภัยที่
มักเติบโตเมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
• หุ้นกลุ่มพลังงานและสินค้าโภคภัณฑ์: หากเงินเฟ้อเกิดขึ้นจริง ราคาน้ำมัน สินค้าเกษตร และโลหะอุตสาหกรรมก็จะปรับตัวสูงขึ้น
• หุ้นบริษัทที่พึ่งพาตลาดภายในประเทศ: ธุรกิจที่เน้นขายภายในประเทศ อาจไม่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าหนักนัก
📉 มีโอกาสลง:
• หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาห่วงโซ่อุปทานจากจีน: บริษัทที่ต้องใช้ชิ้นส่วนหรือวัตถุดิบจากต่างประเทศ อาจเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น
• ตราสารหนี้ระยะยาว: หากเงินเฟ้อพุ่ง อัตราดอกเบี้ยอาจต้องถูกปรับขึ้น ทำให้ตราสารหนี้เสี่ยงต่อการเสียมูลค่า
นักลงทุนควรทำอย่างไร?
🔹 กระจายการลงทุน – อย่าใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว ถือสินทรัพย์ที่หลากหลายเพื่อลดความเสี่ยง 🔹 จับตานโยบายการเงิน – เฟดอาจมีมาตรการรับมือ เช่น การปรับอัตราดอกเบี้ย นักลงทุนควรติดตามใกล้ชิด 🔹 ปรับพอร์ตตามแนวโน้มเศรษฐกิจ – หากเงินเฟ้อมาแรง ให้เพิ่มสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ถ้าเงินฝืดมาแทน อาจต้องลดสินทรัพย์เสี่ยง
และเพิ่มสภาพคล่องในพอร์ต
สงครามการค้าไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่มันกำลังจะเปลี่ยนสมดุลเศรษฐกิจโลก นักลงทุนต้องมีสายตาที่เฉียบคม และพร้อมปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและโอกาสในการเติบโต
#สงครามการค้า #เงินเฟ้อ #เงินฝืด #ลงทุน #ตลาดหุ้น #SeamanInvestor #TKMoments #Seaman #seamanlife #SeamanInvester
โฆษณา