6 มี.ค. เวลา 03:00 • ประวัติศาสตร์
ลาว

ประเทศลาว ตอนที่ 3 เอกราชไม่เอกภาพ

ประมุขของราชอาณาจักรลาว ดังที่กล่าวในตอนที่แล้วก็คือ พระเจ้าศรีสว่างวงศ์ ซึ่งพระองค์ได้ลงนามในข้อตกลงกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส แว็งซ็อง โอรียอล โดยมีใจความสำคัญก็คือ.. ให้ลาวนั้นปกครองตนเองภายใต้การดูแลของสหภาพฝรั่งเศส(French Union )ไปก่อน(ภาพปก ปะตูไซ อนุสรณ์สถานเอกราชลาว) จนกว่าจะดำเนินการมอบเอกราชอย่างสมบูรณ์ให้กับราชอาณาจักรลาวในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งก็คือปี 1953(2496)
และในช่วงปี 1949(2492)รัฐบาลราชอาณาจักรลาวได้มีการออกกฎหมายประกาศนิรโทษกรรมให้กับขบวนการชาตินิยมคณะลาวอิสระ เพื่อยุติบทบาทอีกทั้งสกัดกั้นการสนับสนุนขบวนการเวียดมินห์ในเวียดนามด้วย ซึ่งมีสมาชิกจำนวนมากยอมรับการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ และกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งแน่นอนว่า.. มีสมาชิกจำนวนหนึ่งได้เข้าร่วมเป็นคณะรัฐบาลของราชอาณาจักรลาว
แว็งซ็อง โอรียอล (Jules-Vincent Auriol)
แต่ก็ยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความเห็นต่างอย่างสิ้นเชิง คือ กลุ่มของเจ้าแดงหรือเจ้าสุภานุวงศ์ ที่มีความใกล้ชิดกับเวียดมินห์มาก เพราะกลุ่มของพระองค์นั้นเชื่อว่า.. การรวมกันของแนวร่วมคอมมิวนิสต์ของทั้ง 3 ประเทศในอินโดจีน เวียดมินห์ เขมรอิสระ และลาวอิสระ คือกุญแจดอกสำคัญในการผลักดันมหาอำนาจออกไปจากแผ่นดินของพวกเขาโดยสมบูรณ์ ดังนั้นกลุ่มของเจ้าสุภานุวงศ์จึงปฏิเสธการนิรโทษกรรม และหันไปร่วมมือกับกลุ่มเวียดมินห์ โดยที่สถานการณ์ในตอนนั้นถือว่า เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำต่อการสู้รบกับฝรั่งเศสค่อนข้างมาก
ต่อมาในปี 1950(2493) กลุ่มของเจ้าสุภานุวงศ์นี้ ถือเป็นกลุ่มฝ่ายซ้ายของคณะลาวอิสระเดิม ได้มีการแยกตัวออกมาต่างหาก และเรียกชื่อว่า “แนวลาวอิสระ” ซึ่งต่อมาก็เปลี่ยนชื่อเป็น “แนวลาวฮักซาดี หรือว่าแนวลาวรักชาติ“ ที่ต่อมาเรียกกันทั่วไปว่า”คณะประเทดลาว หรือขบวนการประเทดลาว“
กลุ่ม ลาวอิสระ เวียดมินห์ และเขมรอิสระ ตามลำดับ
โดยให้ความสำคัญในการร่วมมือกับกลุ่มเวียดมินห์เข้าร่วมทำสงครามอินโดจีนกับฝรั่งเศส และกองกำลังกลุ่มนี้ได้เข้ายึดแขวงหัวพัน และพงสาลีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของลาว ซึ่งบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ชายแดนติดกันกับพื้นที่ของเวียดนามเหนือ จนสามารถตั้งเป็นเขตปกครองตัวเองได้ และส่วนนี้เองก็คือ รอยปริแตกที่จะนำไปสู่สงครามกลางเมืองลาวที่ยืดเยื้อยาวนานนับสิบปีต่อไปในอนาคต
นับตั้งแต่นี้ขอเรียก “คณะประเทดลาว” ก็คือฝ่ายซ้ายของลาว นำโดยเจ้าสุภานุวงศ์ ซึ่งถือเป็นพันธมิตรของเวียดมินห์ สามารถเข้ายึดพื้นที่บางส่วนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือของลาวได้เป็นผลสำเร็จ แน่นอนว่ามีการประสานแนวรุกกับกลุ่มเวียดมินห์เพื่อต่อต้านฝรั่งเศสในสงครามอินโดจีน ถ้าถามว่าทำไม? พื้นที่ดังกล่าวจึงมีความสำคัญมาก
ภูมิประเทศเวียดนาม
คำตอบคือ เพราะพื้นที่ของประเทศเวียดนามเป็นพื้นที่ที่มีสัณฐานแคบยาว ดังนั้นหากจะมีการเดินทัพกันภายในเวียดนาม อาจทำให้กลุ่มเวียดมินห์เสียเปรียบและเพลี่ยงพล้ำต่อฝรั่งเศสได้ จึงมีการวางเส้นทางและกำลังพลสำรองเอาไว้ในพื้นที่ของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งพอดีว่าประเทศเพื่อนบ้านนั้นมีกลุ่มการเมืองฝ่ายซ้ายที่ให้การสนับสนุนเวียดมินห์ซึ่งก็คือ ”คณะประเทดลาว“ นั่นเอง
ทีนี้เรามาดูกันต่อว่า หลังจากที่มีการเริ่มต้นของคณะประเทศลาวแล้ว การเคลื่อนไหวที่มีความเชื่อมโยงในสงครามเวียดนามกับฝรั่งเศสนั้นเป็นอย่างไร เรามาดูมิติทางด้านการเมืองลาว ในเดือนพฤศจิกายนปี 1953(2496) เมื่อฝรั่งเศสให้เอกราชแก่ราชอาณาจักรลาวอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ราชอาณาจักรลาวในตอนนั้น ผู้ที่เป็นกษัตริย์คือ พระเจ้าศรีสว่างวงศ์ พระองค์ก็ทรงเป็นประมุข โดยมีเจ้าสุวรรณภูมาเป็นเจ้าสายกลาง และเป็นนายกรัฐมนตรี จำได้ไหมว่า เจ้าสุวรรณภูมาท่านนี้เป็นพระเชษฐาต่างพระมารดากับเจ้าแดง หรือว่าเจ้าสุภานุวงศ์
พระเจ้าศรีสว่างวงศ์ กับ เจ้าสุวรรณภูมา
โดยในวันที่มีการมอบเอกราชนั้น ผู้บัญชาการกองทัพฝรั่งเศส ราอูล ซาล็อง (Raoul Salan) ได้เดินทางมาพบกับพระเจ้าศรีสว่างวงศ์ ที่หลวงพระบาง และก็มอบเอกราชให้กับราชอาณาจักรลาวอย่างเป็นทางการในปี 1953(2496) ซึ่งถ้าดูปีแล้วจะพบว่านั่นคือ หนึ่งปีก่อนเกิด “ยุทธการเดียนเบียนฟู” ถ้าถามว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร?
คำตอบคือ เดียนเบียนฟู เป็นพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม และอยู่ติดกับพรมแดนระหว่างเวียดนามกับราชอาณาจักรลาว ซึ่งในช่วงนั้นมีความตึงเครียดระหว่างเวียดนามกับฝรั่งเศสอย่างมาก โดยในช่วงปี 1952~1953(2495~2496) ฝรั่งเศสนั้นสามารถเอาชนะเวียดนามได้ในหลายสมรภูมิ
ผู้บัญชาการกองทัพฝรั่งเศส ราอูล ซาล็อง (Raoul Salan)
แต่ขณะเดียวกันฝรั่งเศสเองก็ไม่ประมาทฝ่ายเวียดมินห์ และสืบได้ว่า ผู้บัญชาการทหารเวียดมินห์ก็คือ หวอ เหวียน ซับ ได้เคลื่อนกำลังพล 40,000 นาย โดยใช้พื้นที่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของลาวที่ติดกับพื้นที่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนามเป็นฐานที่มั่นเสริมให้กับฝ่ายเวียดมินห์จนสามารถต่อสู้กับฝรั่งเศสได้เป็นอย่างดี ซึ่งแน่นอนว่า การที่มีฝ่ายคณะประเทศลาวให้ความร่วมมือด้วยนี้ ย่อมทำให้การทำงานของเวียดมินห์ก็จะง่ายมากขึ้นด้วย
ด้านฝ่ายอนุรักษนิยมคือฝ่ายขวา และสายกลางของลาวเอง ก็มีการส่งกำลังทหาร 10,000 นายเข้าร่วมกับทหารฝรั่งเศสที่เป็นพันธมิตรจำนวน 3,000 นาย เพื่อเดินหน้าขับไล่การรุกของเวียดมินห์ที่มีการผสมผสานกับฝ่ายคณะประเทศลาว จนในที่สุดพบว่า ฝ่ายเวียดมินห์โดย หวอ เหวียน ซับและฝ่ายคณะประเทศลาวสามารถยึดพื้นที่พงสาลีและซำเหนือได้สำเร็จ โดยช่วงเวลานั้นมีการปะทะกันที่ทุ่งไหหิน แต่ในที่สุดก็ยังไม่สามารถเดินหน้ารุกเข้าไปใกล้ถึงหลวงพระบางได้
จากการช่วยเหลือต่างๆ ที่ฝ่ายคณะประเทศลาวให้การช่วยเหลือ แน่นอนว่าต้องมีผลประโยชน์บางอย่างที่ทางประเทศลาวได้รับ สำหรับผลนั้นคืออะไร แล้วประเทศลาวสามารถมีเอกภาพได้จริงๆหรือไม่ ติดตามตอนหน้าครับ
ฝากกดถูกใจ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ
Reference ตอนที่ 3 เอกราชไม่เอกภาพ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา