Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Timeless History (ประวัติศาสตร์ไร้กาลเวลา)
•
ติดตาม
12 ต.ค. 2020 เวลา 11:41 • ประวัติศาสตร์
“Chris McCandless” ชายผู้ต้องการหาความสงบในป่า และตายกลางป่าอลาสก้า
ในวันที่ 6 กันยายน ค.ศ.1992 (พ.ศ.2535) นายพรานสองคนได้ออกมาล่าสัตว์ และผ่านรถบัสคันหนึ่งซึ่งตั้งเป็นจุดสังเกตในบริเวณนั้น
ที่นี่คืออุทยานแห่งชาติ Denali National Park ในอลาสก้า สหรัฐอเมริกา
บนรถบัสคันนั้นมีกระดาษโน้ตเขียนข้อความขอความช่วยเหลือแปะอยู่ที่ประตู
เมื่อนายพรานทั้งสองคนได้เดินขึ้นไปสำรวจในรถบัส ก็พบร่างของชายคนหนึ่งนอนเสียชีวิตอยู่บนรถบัส
นั่นคือ “Chris McCandless”
ใกล้ๆ กับร่างของ McCandless มีสมุดบันทึกที่เขาจดบันทึกทิ้งไว้อยู่ด้วย และทำให้ทราบถึงชีวิตที่โดดเดี่ยวกลางป่าเขาของเขา
ในเดือนเมษายน ค.ศ.1992 (พ.ศ.2535) McCandless วัย 24 ปี ได้โบกรถไปเรื่อยๆ จากเซาท์ดาโกต้า โดยมีจุดหมายที่จะไปยังอลาสก้า
มีรถที่ใจดี ให้เขาติดรถขึ้นมาด้วย และเมื่อคนขับทราบจุดหมายของเขา คือไปยังอุทยานแห่งชาติ Denali National Park ต่างก็เป็นห่วง และขอให้เขาลองคิดดูใหม่ หรืออย่างน้อยก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมกว่านี้
McCandless มีเพียงเป้สะพายที่มีข้าวสารติดตัวมานิดหน่อย อุปกรณ์ดำรงชีพก็แทบไม่มีซักอย่าง
อุทยานแห่งชาติ Denali National Park
แต่ McCandless ก็ยังคงดื้อ ยืนยันว่าตนนั้นไปรอด และได้ลงยังจุดหมายที่ต้องการ
ในทีแรก McCandless ได้ตั้งใจจะเดินทางไปทางทิศตะวันตกเป็นระยะทางยาวไกล แต่เมื่อเขาพบกับรถบัสร้าง เขาก็ตัดสินใจจะหยุด และตั้งเต้นท์ที่นี่
McCandless ใช้ชีวิตอยู่บนรถบัสคันนี้เป็นเวลากว่า 16 สัปดาห์ ซึ่งจากข้อความในบันทึกนั้น ก็ทำให้ทราบว่าเขามีชีวิตในป่าอย่างยากลำบาก ล้มป่วย และยังต้องเผชิญกับหิมะที่หนาวเหน็บ สัตว์ก็ล่าไม่ค่อยได้
McCandless กินข้าวที่เตรียมมา และเก็บพวกพืช สมุนไพร และล่าสัตว์ตัวเล็กๆ เช่น ห่าน กระรอก มาเป็นอาหาร
McCandless กับรถบัสที่ใช้เป็นที่พัก
ภายหลังจากใช้ชีวิตในป่ากว่าสองเดือน McCandless ก็คิดว่าถึงเวลาที่ต้องพอ และกลับไปใช้ชีวิตในเมืองเหมือนเดิม เขาจึงเก็บของ เตรียมตัวกลับบ้าน
หากแต่เมื่อเดินทางมาถึงแม่น้ำที่เขาข้ามมา ซึ่งตอนที่ข้ามมานั้น แม่น้ำเป็นน้ำแข็ง เดินทางข้ามสะดวก มาตอนนี้น้ำแข็งได้ละลายหมดแล้ว บวกกับหิมะที่ละลาย ทำให้แม่น้ำยิ่งกว้างใหญ่กว่าเดิม ไม่มีทางย้อนกลับไปได้
McCandless ทำอะไรไม่ได้นอกจากกลับไปยังรถบัสที่ใช้เป็นบ้าน
ตั้งแต่วันนั้น ไดอารี่ของ McCandless ก็ได้บรรยายความสิ้นหวังและหวาดกลัวของเขา ก่อนจะค่อยๆ สั้นลงเรื่อยๆ
บนรถบัสที่ McCandless ใช้เป็นที่หลับนอน
132 วันหลังจากที่มีคนเห็น McCandless เป็นครั้งสุดท้าย ก็ได้มีการพบศพของ McCandless บนรถบัส
1
สำหรับสาเหตุการเสียชีวิตนั้น ก็มีการถกเถียงมายาวนาน บ้างก็ว่าเขาเสียชีวิตจากการขาดอาหาร บ้างก็ว่าเขาเสียชีวิตเพราะไปกินพืชมีพิษ
เรื่องราวของ McCandless ได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Into The Wild” ซึ่งออกฉายในปีค.ศ.2007 (พ.ศ.2550)
เรื่องราวของ McCandless เป็นอุทาหรณ์อย่างดีสำหรับนักเดินป่าและผู้ที่หลงไหลในป่าเขาทั้งหลาย
บางทีความงดงามในธรรมชาติ ก็ซ่อนความโหดร้ายไว้อย่างไม่รู้ตัว
McCandless คือตัวอย่างของชายผู้รัก หลงไหลในธรรมชาติ
แต่ก็ต้องจบชีวิตเพราะธรรมชาติเช่นกัน
References:
https://allthatsinteresting.com/chris-mccandless
https://medium.com/@sophiabeams/the-story-of-chris-mccandless-a-personal-alaskan-odyssey-turned-deadly-1b76649af2bf
https://www.britannica.com/biography/Christopher-McCandless
https://www.npr.org/2014/11/11/363120048/behind-the-famous-story-a-difficult-truth
6 บันทึก
57
5
8
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บทความประวัติศาสตร์, ข่าวสารทั่วๆ ไป , นอกเรื่อง, ๆลๆ , วันที่ 26 ธันวาคม ค.ศ.2020-18 ธันวาคม ค.ศ.2020
6
57
5
8
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย