24 ก.พ. เวลา 11:52 • สุขภาพ

**เบียร์กับความเสี่ยงโรคเกาต์**

โรคเกาต์ (Gout) เป็นโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่งที่เกิดจากการสะสมของผลึกกรดยูริก (Uric Acid) ในข้อ ทำให้ข้ออักเสบ บวม แดง และเจ็บปวดอย่างเฉียบพลัน โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) นั้น มาจากหลายสาเหตุ ทั้งกรรมพันธุ์ พฤติกรรมการรับประทานอาหาร เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ รวมไปถึงโรคประจำตัวบางประการ
ในบทความนี้จะกล่าวถึงความเชื่อมโยงระหว่าง **การดื่มเบียร์** กับ **ความเสี่ยงในการเกิดโรคเกาต์** รวมไปถึงหลักฐานทางการแพทย์ที่สนับสนุน เพื่อเป็นข้อมูลในการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยงของการเกิดหรือกำเริบของโรคเกาต์
---
## 1. ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับโรคเกาต์และกรดยูริก
1. **โรคเกาต์**
- เกิดจากการตกตะกอนของผลึกโมโนโซเดียมยูเรต (Monosodium Urate) ในข้อและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ข้อ
- ส่งผลให้เกิดอาการอักเสบเฉียบพลัน ได้แก่ ปวด บวม แดง ร้อนที่ข้อ
- ข้อมักถูกกระทบได้บ่อยคือตรงโคนหัวแม่เท้า (Podagra) แต่ก็เกิดได้ในข้ออื่น ๆ เช่น ข้อเท้า ข้อเข่า และข้อมือ
2. **กรดยูริก (Uric Acid)**
- เป็นผลจากการสลายของสารพิวรีน (Purine) ซึ่งพบได้ในอาหารที่มีสารพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางชนิด เนื้อแดง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บางชนิด
- หากระดับกรดยูริกในเลือดสูง (Hyperuricemia) เป็นระยะเวลานาน ร่างกายจะมีแนวโน้มสะสมผลึกกรดยูริกในข้อ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเกาต์
---
## 2. ทำไมเบียร์จึงเพิ่มความเสี่ยงของโรคเกาต์
1. **ปริมาณพิวรีนในเบียร์**
- เบียร์มักผลิตจากธัญพืชและยีสต์ (Brewer’s yeast) ซึ่งมีปริมาณสารพิวรีนสูง เมื่อร่างกายเผาผลาญพิวรีนจะเกิดเป็นกรดยูริก หากปริมาณมากเกินไป ร่างกายกำจัดไม่ทัน จะทำให้ระดับกรดยูริกในเลือดสูงขึ้น
2. **ผลของแอลกอฮอล์ต่อการขับกรดยูริก**
- แอลกอฮอล์มีผลทำให้การขับกรดยูริกทางไตลดลง ซึ่งส่งผลให้มีการสะสมของกรดยูริกในกระแสเลือดเพิ่มขึ้น
- ในแอลกอฮอล์ทุกประเภทอาจส่งผลต่อระดับกรดยูริก แต่ **เบียร์** จัดว่าเชื่อมโยงกับการเพิ่มระดับกรดยูริกได้ชัดเจนกว่าวัยน์ (Wine) หรือสุราประเภทอื่น ๆ
3. **ปริมาณแคลอรีและผลกระทบต่อการอ้วน**
- การดื่มเบียร์ปริมาณมาก อาจทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น (Obesity) ซึ่งน้ำหนักตัวที่เกินมีความสัมพันธ์กับระดับกรดยูริกที่สูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเกาต์เช่นกัน
---
## 3. หลักฐานทางการแพทย์
- **Choi HK, Curhan G. (2004)** งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร *Arthritis & Rheumatism* ได้ศึกษาความเกี่ยวข้องระหว่างการดื่มแอลกอฮอล์กับระดับกรดยูริกในเลือด พบว่า **เบียร์** มีความสัมพันธ์กับระดับกรดยูริกที่สูงขึ้นมากกว่าสุราประเภทอื่น และมีผลเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเกาต์มากกว่า \[1\]
- **Choi HK, Atkinson K, Karlson EW, Willett W, Curhan G. (2004)** ในวารสาร *The New England Journal of Medicine* มีการรายงานว่ากลุ่มคนที่รับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีพิวรีนสูง เช่น เนื้อสัตว์บางชนิด อาหารทะเล และเบียร์ มีอุบัติการณ์ในการเกิดโรคเกาต์สูงกว่ากลุ่มที่ลดปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้อย่างมีนัยสำคัญ \[2\]
- **Neogi T, et al. (2014)** ในวารสาร *The American Journal of Medicine* ระบุว่า การดื่มแอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะเบียร์) สามารถเป็นตัวกระตุ้น (Trigger) ให้เกิดการกำเริบของโรคเกาต์ในผู้ป่วยที่มีประวัติอยู่เดิมได้ \[3\]
## 4. ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพและลดความเสี่ยง
1. **จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์**
- สำหรับผู้ที่ยังไม่มีโรคเกาต์แต่มีปัจจัยเสี่ยง ควรดื่มเบียร์ในปริมาณที่พอเหมาะหรือหลีกเลี่ยง หากเป็นไปได้
- ผู้ป่วยโรคเกาต์หรือเคยมีอาการกำเริบของโรค ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ในการลดหรืองดเบียร์และแอลกอฮอล์ทุกชนิด
2. **ดูแลโภชนาการ**
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเลบางประเภท เนื้อแดงปริมาณมาก รวมถึงเลี่ยงเครื่องดื่มน้ำตาลสูง
- เพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ (โดยเฉพาะผลไม้ที่ไม่หวานจัด) และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อช่วยขับกรดยูริก
3. **ควบคุมน้ำหนัก**
- การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม มีส่วนช่วยลดระดับกรดยูริกในเลือด และลดความถี่ของการกำเริบของโรคเกาต์ในผู้ป่วยที่มีอยู่เดิม
4. **ออกกำลังกายสม่ำเสมอ**
- เลือกกิจกรรมที่เหมาะสม เช่น เดิน วิ่งเหยาะ ๆ ว่ายน้ำ เพื่อช่วยควบคุมน้ำหนัก ปรับสมดุลการเผาผลาญ ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังอื่น ๆ
5. **ปรึกษาแพทย์**
- หากมีประวัติครอบครัวเป็นเกาต์ หรือเคยมีอาการข้ออักเสบเฉียบพลัน ควรรับการตรวจและรับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมติดตามระดับกรดยูริกอย่างสม่ำเสมอ
---
## 5. บทสรุป
เบียร์มีทั้งส่วนประกอบของสารพิวรีนในระดับที่สูงและมีแอลกอฮอล์ซึ่งอาจก่อให้เกิดภาวะกรดยูริกสูงในเลือด ส่งผลให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเกาต์หรือกระตุ้นให้เกิดอาการกำเริบในผู้ป่วยที่เป็นโรคอยู่แล้ว การลดหรือหลีกเลี่ยงเบียร์ร่วมกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านโภชนาการ การควบคุมน้ำหนัก และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเกาต์หรือช่วยควบคุมอาการไม่ให้กำเริบรุนแรงได้
---
## เอกสารอ้างอิง
1. Choi HK, Curhan G. Beer, Liquor, and Wine Consumption and Serum Uric Acid Level: The Third National Health and Nutrition Examination Survey. *Arthritis & Rheumatism.* 2004;51(6):1023–1029.
2. Choi HK, Atkinson K, Karlson EW, Willett W, Curhan G. Purine-Rich Foods, Dairy and Protein Intake, and the Risk of Gout in Men. *The New England Journal of Medicine.* 2004;350(11):1093-1103.
3. Neogi T, et al. Alcohol Consumption as a Trigger of Recurrent Gout Attacks. *The American Journal of Medicine.* 2014;127(4):311-318.
*หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปทางการแพทย์ มิได้ใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะราย ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรืออาการผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง*
โฆษณา