4 มี.ค. เวลา 01:21 • สุขภาพ

**น้ำเกลือล้างแผล (Normal Saline Solution) ช่วยลดการปนเปื้อนและปริมาณเชื้อโรคได้อย่างไร**

แม้น้ำเกลือ (0.9% Sodium Chloride) จะไม่จัดว่าเป็นสารฆ่าเชื้อโดยตรงในระดับเดียวกับยาฆ่าเชื้อ (Antiseptics) หรือยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) แต่ “น้ำเกลือ” เป็นสารละลายที่มีความเข้มข้นสมดุล (Isotonic) กับของเหลวในร่างกาย จึงมีความเหมาะสมในการล้างแผลและมีบทบาทในการช่วยลดการปนเปื้อนของเชื้อโรคได้ โดยกลไกสำคัญคือ
1. **การชะล้าง (Mechanical Cleansing)**
การใช้น้ำเกลือฉีดล้างหรือราดลงบนแผล จะช่วยขจัดเศษสิ่งสกปรก คราบเลือด เนื้อเยื่อที่ตายแล้ว (Necrotic Tissue) และเชื้อโรคที่อยู่บนผิวแผลออกไปจากบริเวณแผล ซึ่งกระบวนการชะล้างเชิงกลนี้ทำให้ปริมาณเชื้อโรคที่เหลืออยู่บนแผลลดลง
2. **ความเข้มข้นสมดุล (Isotonic Environment)**
น้ำเกลือมีความเข้มข้นใกล้เคียงกับน้ำในเซลล์ของร่างกาย (0.9%) ไม่สร้างความระคายเคืองหรือทำลายเซลล์เนื้อเยื่อที่ยังมีชีวิต (Viable Tissue) อีกทั้งยังไม่ทำให้เกิดภาวะเสียสมดุลของของเหลวในเซลล์และสิ่งแวดล้อมของแผล จึงช่วยให้สภาวะของแผลเหมาะสมต่อการหายของแผล (Wound Healing) และลดโอกาสที่เชื้อโรคจะเจริญเติบโต
3. **ลดความเสี่ยงในการทำลายเนื้อเยื่อสุขภาพ (Minimal Cytotoxicity)**
สารละลายที่เข้มข้นสูงหรือมีฤทธิ์กัดกร่อนอาจทำลายเซลล์ที่ดีได้ ทำให้การหายของแผลล่าช้าหรือเกิดผลข้างเคียง น้ำเกลือมีผลกระทบต่อเซลล์เนื้อเยื่อที่มีชีวิตน้อย จึงนิยมใช้เป็นมาตรฐานในการล้างแผลในสถานพยาบาล
4. **ลดการเกาะของเชื้อ (Reduction of Bacterial Adherence)**
เมื่อมีการล้างแผลด้วยน้ำเกลือ เชื้อโรคที่พยายามเกาะติดบนพื้นผิวของแผลอาจถูกชะล้างออกไป ลดโอกาสที่เชื้อจะแทรกซึมลึกลงไปในเนื้อเยื่อ
ดังนั้น น้ำเกลือล้างแผลจะช่วยลดปริมาณเชื้อโรค (ลดโหลดเชื้อ – Bacterial Load) โดยอาศัยกลไก “ชะล้าง (Irrigation)” และการสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการหายของแผล ทำให้โอกาสติดเชื้อลดลง อย่างไรก็ตาม น้ำเกลือไม่ได้มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโดยตรงเหมือนสารฆ่าเชื้อกลุ่มอื่น (เช่น Povidone-iodine, Chlorhexidine) หากแผลมีการติดเชื้อรุนแรงหรือมีความเสี่ยงอื่น ๆ แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาฆ่าเชื้อหรือสารละลายชนิดอื่นร่วมด้วย
## **ตัวอย่างแหล่งอ้างอิงทางการแพทย์**
1. **Wound, Ostomy and Continence Nurses Society (WOCN).**
- WOCN Society. (2016). *Wound Cleansing. In Wound Management: Principles and Practices.* Wound, Ostomy and Continence Nurses Society.
เอกสารของ WOCN ระบุถึงแนวปฏิบัติในการล้างแผลด้วยน้ำเกลือมาตรฐาน (Normal Saline) ว่ามีประสิทธิภาพและไม่ก่อให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อสุขภาพ
2. **World Health Organization (WHO).**
- WHO. (2018). *Guidelines on Hand Hygiene in Health Care: First Global Patient Safety Challenge – Clean Care is Safer Care.* Geneva: WHO.
ถึงแม้จะเป็นแนวทางเกี่ยวกับการล้างมือ แต่ WHO ได้กล่าวถึงความสำคัญของการใช้สารละลายปลอดภัยในการลดการปนเปื้อนและลดการแพร่กระจายเชื้อ
3. **Krasner, D. L., & Rodeheaver, G. T.**
- Krasner, D. L., & Rodeheaver, G. T. (2014). *Chronic Wound Care: The Essentials.* HMP Communications.
หนังสือเล่มนี้อธิบายถึงหลักการทำความสะอาดแผล การเลือกใช้สารละลายล้างแผล และแนะนำว่าน้ำเกลือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัย เนื่องจากมีความเป็นพิษต่อเซลล์ต่ำ
4. **Baranoski, S., & Ayello, E. A.**
- Baranoski, S., & Ayello, E. A. (2020). *Wound Care Essentials: Practice Principles (5th ed.).* Wolters Kluwer Health.
เป็นตำราอ้างอิงที่ครอบคลุมหลักการดูแลแผล ซึ่งยืนยันว่าการใช้น้ำเกลือสามารถช่วยขจัดสิ่งแปลกปลอมออกจากแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
5. **NICE (National Institute for Health and Care Excellence) Guidelines**
- NICE. (2019). *Surgical site infections: prevention and treatment (NG125).*
แนวทางของ NICE ได้กล่าวถึงการดูแลแผลผ่าตัด (Surgical Site) โดยระบุให้ใช้น้ำเกลือหรือสารละลายที่มีฤทธิ์ทำลายเชื้อในกรณีจำเป็น เพื่อช่วยลดภาระเชื้อในระยะแรกของการดูแลแผล
---
**สรุป:**
- น้ำเกลือไม่ได้เป็น “ยาฆ่าเชื้อ” ในเชิงเคมีเหมือนสารละลายฆ่าเชื้ออื่น ๆ แต่เป็นสารละลายล้างแผลมาตรฐาน เพราะเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อเนื้อเยื่อ มีความเข้มข้นสมดุล ไม่ก่อให้เกิดพิษต่อเซลล์ (Low Cytotoxicity)
- กลไกหลักในการลดเชื้อโรค คือ การชะล้างและลดการเกาะติดของเชื้อโรคบนแผล ซึ่งช่วยให้กระบวนการหายของแผลเป็นไปได้ดี และลดโอกาสในการติดเชื้อเพิ่มเติม
หากพบว่าแผลมีอาการอักเสบรุนแรง หรือมีข้อบ่งชี้พิเศษ ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อพิจารณาการใช้สารละลายต้านเชื้อ (Antiseptics) หรือยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสมต่อไป
โฆษณา