Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
SayQuence – แกะรอยวิวัฒนาการสำนวนฮิต ✨
•
ติดตาม
6 มี.ค. เวลา 04:45 • การศึกษา
เผาน้ำมันยามดึก: แกะรอยวิวัฒนาการของสำนวน Burn the Midnight Oil
ตอนที่ 3: ยุคอุตสาหกรรมกับการทำงานยันเช้า (The Industrial Age and the Culture of Overworking)
🌙✨ จากแสงตะเกียงสู่ไฟโรงงาน – เมื่อ "Burn the Midnight Oil" กลายเป็นวิถีชีวิตของคนทำงาน
เมื่อเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) ในช่วงศตวรรษที่ 18-19 โลกได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวิถีชีวิตจากสังคมเกษตรกรรมไปสู่สังคมอุตสาหกรรม ⚙️🏗️ การผลิตด้วยเครื่องจักรเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์ ⏳ ทำให้ชั่วโมงการทำงานยาวนานขึ้น และการ "เผาน้ำมันยามดึก" กลายเป็นเรื่องปกติในโรงงาน 🏭
ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมผลักดันให้แรงงานต้องทำงานเป็นกะยาวนาน ภายใต้แสงไฟของโรงงานที่ไม่เคยดับ
แต่สำนวน "Burn the Midnight Oil" ไม่ได้หมายถึงแค่การทำงานหนักในโรงงานเท่านั้น ยังสะท้อนถึงการเรียนรู้และสร้างสรรค์นวัตกรรมในห้องทดลอง นักคิด นักประดิษฐ์และนักเขียนหลายคนต้องอาศัยแสงไฟในยามค่ำคืนเพื่อทำงานให้สำเร็จ 💡
🔥 ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมกับการทำงานที่ไม่รู้จบ
🌎 การปฏิวัติอุตสาหกรรมเริ่มขึ้นในอังกฤษช่วงปลายศตวรรษที่ 18 และขยายไปยังยุโรปและอเมริกา 🚂 การผลิตสินค้าจำนวนมาก (Mass Production) ทำให้เกิดโรงงานขนาดใหญ่และแรงงานถูกกำหนดให้ทำงานเป็นกะ 🕰️ โดยเฉพาะกะกลางคืน ที่กลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ของสังคมอุตสาหกรรม
โรงงานอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 เปลี่ยนโฉมวิถีชีวิตของแรงงาน ผู้คนต้องทำงานเป็นกะ รวมถึงกะกลางคืนที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอุตสาหกรรม
🔹 ไฟถนนและโรงงานเปลี่ยนแปลงสังคม – การคิดค้นหลอดไฟโดย Thomas Edison ในปี 1879 ทำให้มนุษย์ไม่ต้องพึ่งพาตะเกียงน้ำมันอีกต่อไป 💡 และเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผู้คนสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง
การคิดค้นหลอดไฟของโทมัส เอดิสัน ในปี 1879 ได้ปฏิวัติวิถีชีวิตของมนุษย์ ทำให้การทำงานไม่ถูกจำกัดโดยแสงแดดอีกต่อไป
🔹 การกำเนิดของ "แรงงานโรงงาน" – ในยุคนี้ คำว่า Overworking เริ่มมีความหมายมากขึ้น เมื่อแรงงานต้องทำงานวันละ 12-16 ชั่วโมง 😓 เพื่อให้ทันกับความต้องการของตลาด
แรงงานในโรงงานที่ต้องทำงานอย่างหนักและยาวนาน เพื่อให้ทันกับการผลิตในยุคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานหนักและการโอเวอร์เวิร์กในประวัติศาสตร์
🔹 นักประดิษฐ์และนักคิดที่ทำงานยันเช้า – ช่วงเวลานี้เป็นยุคของนักประดิษฐ์และวิทยาศาสตร์ เช่น Nikola Tesla, Thomas Edison, Marie Curie และ Karl Benz ที่อุทิศเวลาในยามค่ำคืนเพื่อสร้างสิ่งใหม่ๆ 🚀
นักนวัตกรรมแห่งยุคอุตสาหกรรมที่อุทิศตนให้กับการทำงานอย่างหนัก—นิโคลา เทสลา (บนซ้าย), โทมัส เอดิสัน (บนขวา), มารี กูรี (ล่างซ้าย) และ คาร์ล เบนซ์ (ล่างขวา) ต่างเป็นตัวแทนของความมุ่งมั่นที่เปลี่ยนโลกไปตลอดกาล
🌃 วัฒนธรรมคนทำงานดึกกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป
🕰️ จากโรงงานสู่สำนักงาน
ในช่วงศตวรรษที่ 20 การทำงานยามค่ำคืนไม่ได้จำกัดอยู่แค่โรงงานอีกต่อไป 📈 บริษัทและธุรกิจเริ่มมี "กะดึก" ในสำนักงาน เช่น นักบัญชี นักกฎหมายและนักข่าวที่ต้องทำงานให้ทันกำหนดเวลา
ในศตวรรษที่ 20 การทำงานยามค่ำคืนขยายจากโรงงานสู่สำนักงาน นักบัญชี นักกฎหมายและนักข่าวต้องเผชิญกับกองเอกสารมหาศาลเพื่อให้ทันกำหนดเวลา
💻 ยุคดิจิทัล กับ "งานที่ไม่มีวันจบ"
ในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีทำให้การทำงานไม่มีขอบเขตเวลา 📱✉️ อีเมล การประชุมทางไกลและการทำงานข้ามเขตเวลา ทำให้ผู้คนยังต้อง "เผาน้ำมันยามดึก" แม้จะอยู่ที่บ้าน
ในศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีได้เปลี่ยนการทำงานให้ไร้ขีดจำกัด ผู้คนยังต้อง 'เผาน้ำมันยามดึก' ผ่านอีเมล ประชุมทางไกลและงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
👩⚕️ อาชีพที่ยังต้องทำงานดึก
ถึงแม้โลกจะเปลี่ยนไป แต่งานบางอย่างยังคงต้องพึ่งพาการทำงานในเวลากลางคืน เช่น
🔹 แพทย์และพยาบาล 👩⚕️ – ห้องฉุกเฉินไม่เคยหลับใหล
🔹 วิศวกรซอฟต์แวร์ 💻 – ทีมพัฒนาโปรแกรมมักทำงานยันเช้าเพื่อให้ทันเดดไลน์
🔹 นักวิจัยและนักประดิษฐ์ 🔬 – หลายคนสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้ในช่วงเงียบสงบของกลางคืน
🔹 นักข่าวและนักเขียน 📝 – ต้องทำข่าวและส่งต้นฉบับให้ทันกำหนด
จากห้องฉุกเฉินถึงห้องวิจัย และจากห้องข่าวถึงห้องเซิร์ฟเวอร์ หลายอาชีพยังคง 'เผาน้ำมันยามดึก' เพื่อให้โลกดำเนินต่อไปตลอด 24 ชั่วโมง
🚀 จากอดีตถึงปัจจุบัน – การเปรียบเทียบอาชีพที่ต้อง "เผาน้ำมันยามดึก"
ตั้งแต่นักบวชและนักปราชญ์ในยุคกลาง 🏰 ศิลปินและนักดาราศาสตร์ในยุคเรเนซองส์ 🎭 ไปจนถึงคนงานโรงงานและนักประดิษฐ์ในยุคอุตสาหกรรม 🏭 อาชีพที่ต้องทำงานยามดึกยังคงดำเนินต่อมาในศตวรรษที่ 20 📖 กับนักหนังสือพิมพ์และเจ้าหน้าที่สายการบิน และในยุคดิจิทัล 🌐 กับนักพัฒนาแอป ฟรีแลนซ์ และเทรดเดอร์หุ้น ที่ยังคง 'เผาน้ำมันยามดึก' ในโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง
การทำงานที่ต้องใช้ความพยายามและเวลามาก ตั้งแต่ยุคศิลปะวิทยาศาสตร์ในอดีตจนถึงยุคอุตสาหกรรมที่มีการทำงานหนักจนถึงดึกดื่นในปัจจุบัน
🔮 ราตรีที่ไม่หลับใหลยังคงดำเนินต่อไป...
แม้ว่าต้นกำเนิดของ "Burn the Midnight Oil" จะมาจากยุคที่แสงตะเกียงเป็นสิ่งจำเป็น แต่ความหมายของมันยังคงสะท้อนถึงการทำงานหนักในทุกยุคทุกสมัย 💡✨
🔜 ติดตามในตอนที่ 4 – สำนวนพี่น้องจากทั่วโลก 🌍
(Midnight Oil Around the World: Similar Expressions in Other Languages)
📖🌙 แล้วคุณล่ะ เคยเผาน้ำมันยามดึกเพื่ออะไรกันบ้าง? 💭💡
#SayQuence #BurnTheMidnightOil #IdiomsUncovered #LanguageEvolution #WordOrigins #EnglishIdioms #LinguisticJourney #EtymologyFun #PhraseHistory #EnglishExpressions #LateNightGrind #WorkHardStaySmart #MidnightOil #DeepDiveIntoWords #UnlockTheMeaning #LanguageLover #WordsMatter #SpeakFluently #HistoricalPhrases
📚 References
🏭 "Working Conditions in the Industrial Revolution":
อธิบายถึงสภาพการทำงานที่โหดร้ายของคนงานในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนาน ค่าแรงต่ำ และสภาพแวดล้อมที่ไม่ปลอดภัย
historycrunch.com
Working Conditions in the Industrial Revolution
Working Conditions in the Industrial Revolution - Article on the working conditions during the Industrial Revolution. Covers the history and significance of the conditions faced by workers in the Industrial Revolution such as: dangerous work, poor pay an
อ่านเพิ่มเติม
🏭 "Industrialization, Labor, and Life":
สำรวจการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขแรงงานและชีวิตประจำวันของคนงานในช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรม
อ่านเพิ่มเติม
education.nationalgeographic.org
Industrialization, Labor, and Life
Industrialization ushered much of the world into the modern era, revamping patterns of human settlement, labor, and family life.
🏭 "The Culture of Overwork: A Distinctly American Tradition":
วิเคราะห์รากเหง้าทางประวัติศาสตร์ของวัฒนธรรมการทำงานหนักเกินไปในสหรัฐอเมริกา และผลกระทบต่อคนทำงานในปัจจุบัน
อ่านเพิ่มเติม
lifesnotebook.com
The Culture of Overwork: A Distinctly American Tradition
The concept of workism is the belief that work is not only necessary for economic production but is also the centerpiece of our identity and the purpose of our lives; and that any policy to promote human well-being must always encourage more work.
🏭 "The Cult of Overwork":
เจาะลึกว่าทำไม "การทำงานหนัก" ถึงกลายเป็นสัญลักษณ์สถานะ และผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพและชีวิต
อ่านเพิ่มเติม
newyorker.com
The Cult of Overwork
Overwork has become a credential of prosperity. And yet the perplexing thing about the cult of overwork is that, as we’ve known for a while, long hours …
🏭 "Japan’s karoshi culture was a warning. We didn’t listen":
วิเคราะห์ปัญหาการเสียชีวิตจากการทำงานหนัก ("karoshi") ในญี่ปุ่น และบทเรียนที่ประเทศอื่นๆ ควรนำไปปรับใช้
อ่านเพิ่มเติม
wired.com
Japan’s karoshi culture was a warning. We didn’t listen
For decades, Japan has grappled with the problem of people overworking themselves to death. Now, it’s a global issue
🏭 "The Condition of the Working Class in England":
งานเขียนโดย Friedrich Engels ที่วิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบของการปฏิวัติอุตสาหกรรมต่อชีวิตและสุขภาพของชนชั้นแรงงาน
en.wikipedia.org
The Condition of the Working Class in England - Wikipedia
อ่านเพิ่มเติม
🏭 "7 Negative Effects of the Industrial Revolution":
อธิบายผลกระทบด้านลบของอุตสาหกรรม เช่น ความปลอดภัยในการทำงานที่ต่ำลง และการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน
อ่านเพิ่มเติม
history.com
7 Negative Effects of the Industrial Revolution | HISTORY
While the Industrial Revolution generated new opportunities and economic growth, it also introduced pollution and acute hardships for workers.
🏭 "Over Work — have our jobs become too greedy for our time?":
บทวิเคราะห์เกี่ยวกับแนวโน้มการทำงานเกินเวลาและปัญหาสมดุลชีวิตกับการทำงาน (Work-Life Balance)
https://www.ft.com/content/4e3f7ca0-d85f-4650-b512-9f4800c76f05
🏭 "The Guardian view on switching off: a right worth protecting in an always-on culture":
รายงานเกี่ยวกับความสำคัญของการ "ตัดขาดจากงาน" เพื่อปกป้องสุขภาพจิตในโลกยุคดิจิทัล
อ่านเพิ่มเติม
theguardian.com
The Guardian view on switching off: a right worth protecting in an always-on culture | Editorial
Editorial: The nature of work is evolving rapidly, and many of us can benefit from more flexible and secure employment
🏭 "South Korea starts to raise game on workplace mental health":
บทความเกี่ยวกับความพยายามของเกาหลีใต้ในการลดผลกระทบจากวัฒนธรรมการทำงานหนัก
อ่านเพิ่มเติม
ft.com
South Korea starts to raise game on workplace mental health
In-house counselling is becoming more common, but the country’s high-pressure corporate culture persists
สหรัฐอเมริกา
ความรู้รอบตัว
ประวัติศาสตร์
บันทึก
1
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
เผาน้ำมันยามดึก: แกะรอยวิวัฒนาการของสำนวน Burn the Midnight Oil
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย