26 มิ.ย. 2023 เวลา 02:17 • หุ้น & เศรษฐกิจ

🟢“One stock per week” [EP.3] : แนะนำหุ้นไทย🟢

✅บริษัท ผลิตภัณฑ์ตราเพชร จำกัด (มหาชน) : [DRT]
ผู้ประกอบธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ค่าใช้จ่ายแฝงอันดับต้นๆที่คนไทยยอมควักกระเป๋าจ่าย
♻"DRT" ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลังคา แผ่นผนังและฝ้า ไม้สังเคราะห์ รวมทั้งสินค้าประกอบการติดตั้งหลังคาและสินค้าโครงสร้างของบ้าน พร้อมให้บริการถอดแบบและติดตั้งหลังคา ภายใต้เครื่องหมายการค้า
✅ตราเพชร
✅ตราหลังคา
✅ตราอดามัส
✅ตราเจียระไน
🔹มีโรงงานผลิตอยู่ที่สระบุรี 2 แห่ง ขอนแก่น 1 แห่ง และเชียงใหม่ 1 แห่ง
🔹กำลังการผลิตรวม ณ ปัจจุบัน = 1,155,000 ตันต่อปี (ใช้กำลังการผลิตอยู่ในช่วงระหว่าง 90 – 95%)
🟩บริษัทย่อย
🔹 บริษัท ไดมอนด์ วัสดุ จำกัด (เชียงใหม่) : ผู้ผลิตและจำหน่ายอิฐมวลเบาในพื้นที่ภาคเหนือ (DRT ถือหุ้น 100%) กำลังการผลิต 50,000 ตันต่อปี
🟢รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่
🔸 บริษัท มายเรียด วัสดุ จำกัด 57% (ผู้ถือหุ้นใหญ่คือกลุ่มนายชัยยุทธ ศรีวิกรม์ และกลุ่มนายประกิต ประทีปะเสน)
🔸 กองทุนรวมไทย 7%
🔸 ปริญญา เธียรวร 2%
🔸 ศิริวรรณ จึงธีรพานิช 1%
🔸 ประกิต ประทีปะเสน 1% (ประธานกรรมการ)
🔸 ชัยยุทธ ศรีวิกรม์ 1% (กรรมการ)
🟢ลักษณะผลิตภัณฑ์
1. ผลิตภัณฑ์หลังคา
🔸 หลังคาไฟเบอร์ซีเมนต์ เช่น กระเบื้องลอนคู่ กระเบื้องลอนเล็ก กระเบื้องจตุลอน กระเบื้องเจียระไน ฯลฯ
🔸 หลังคาคอนกรีต เช่น กระเบื้องคอนกรีตแบบลอน “CT เพชร” “CT เวนิส” และกระเบื้องคอนกรีตแบบเรียบ “อดามัส” ฯลฯ
2. ผลิตภัณฑ์ไม้สังเคราะห์ เช่น ไม้ฝา ไม้ระแนง ไม้เชิงชาย ไม้รั้ว ไม้พื้น และวงกบประตูู ฯลฯ
3. ผลิตภัณฑ์แผ่นผนังและฝ้า เช่น แผ่นผนัง แผ่นฝ้า “ไดมอนด์บอร์ด” อิฐมวลเบา “ไดมอนด์บล็อก” คานทับหลังสำเร็จรูป “ไดมอนด์ ลินเทล” และครัวสำเร็จรูป “ไดมอนด์เคาน์เตอร์” ฯลฯ
4. สินค้าพิเศษ
🔸 กลุ่มสินค้าประกอบการติดตั้งหลังคา เช่น ฉนวนกันความร้อน แผ่นสะท้อนความร้อน แผ่นปิดชายกันนก สีีทาปูนทราย หลังคาเหล็กเคลือบหินภูเขาไฟ “DECRA” ฯลฯ
🔸 กลุ่มสินค้าโครงสร้างของบ้าน เช่น โครงหลังคาสำเร็จรูป โครงอเส แป และแผ่นยิปซั่มบอร์ด ฯลฯ
🔸 กลุ่มอื่นๆ เช่น ร้านกาแฟสำเร็จรูป (DIAMOND Cafe) และไม้บันได SPC (Stone Plastic Composite) ฯลฯ
5. บริการถอดแบบและบริการติดตั้งระบบหลังคา ด้วยโครงหลังคาสำเร็จรูป หลังคาและกลุ่มไม้สังเคราะห์
🔸 การให้บริการติดตั้งจากส่วนกลาง ประจำที่โรงงานสระบุรี เป็นช่างที่มีความชำนาญ โดยปกติิจะติดตั้งงานโครงการบ้านจัดสรรต่างๆ
🔸 การให้บริการติดตั้งส่วนท้องถิ่น ประจำร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โดยช่างท้องถิ่น
🟩ช่องทางการจัดจำหน่าย
👉 ตัวแทนจำหน่าย (625 ร้านค้าทั่วประเทศ) 58%
👉โมเดิร์นเทรด 16%
👉 โครงการบ้านจัดสรร (SIRI, QH, SPALI) 10%
👉 ส่งออกตลาดต่างประเทศ (ตัวแทนจำหน่าย 66 ร้านค้า) 15%
🟩โครงสร้างรายได้
1. รายได้จากการขายสินค้า
◼ ผลิตภัณฑ์หลังคา 47%
◼ ผลิตภัณฑ์ไม้สังเคราะห์ 18%
◼ ผลิตภัณฑ์แผ่นผนังและฝ้า 16%
◼ สินค้าพิเศษ 11%
2. รายได้จากการให้บริการ
◼ ถอดแบบและติดตั้งระบบหลังคา 8%
🟩มูลค่าส่วนแบ่งทางการตลาดภายในประเทศ DRT อยู่ในลำดับที่ 3
1. กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย 48%
2. กลุ่มมหพันธ์ 26%
3. ผลิตภัณฑ์ตราเพชร 19%
4. กลุ่มกฤษณ์ (กระเบื้องโอฬาร) 4%
5. คอนวูด 4%
📌มูลค่าตลาดรวมภายในประเทศไทย สินค้าหมวดวัสดุก่อสร้าง (กระเบื้องหลังคา แผ่นผนัง ฝ้า และไม้สังเคราะห์) อยู่ที่ประมาณ 25,000 ล้านบาทต่อปี และมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 7,500 ล้านบาทต่อปี โดยแผ่นผนังและฝ้ามีมูลค่าการส่งออกมากที่สุดกว่า 70 – 80% ประเทศคู่ค้าที่สำคัญได้แก่ ฟิลิปปินส์ พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา
🟩การจัดหาวัตถุดิบ
🔹 ในประเทศ 65% (ปูนซีเมนต์ ทราย สี เยื่อกระดาษ ฯลฯ)
🔹 ต่างประเทศ 35% (ใยหิน เยื่อกระดาษ ฯลฯ)
🟩คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ (MD&A) ไตรมาสที่ 1/2023
🔹 รายได้รวม เพิ่มขึ้น 12% (รายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้นในทุกช่องทางการจัดจำหน่าย)
🔹 กำไรขั้นต้น ลดลง 3% (ต้นทุนพลังงาน ปูนซีเมนต์ เยื่อกระดาษ และใยหิน ปรับตัวสูงขึ้นกว่าปีก่อน)
🔹 กำไรสุทธิ ลดลง 8% (กำไรขั้นต้นลดลง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น)
✴ผู้บริหารยังคงตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปีนี้ และปีต่อๆไป เติบโตอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 5% ต่อปี
✴ขยายฐานตลาดไปสู่กลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัยแนวสูง (คอนโดมิเนียม) ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
✴เพิ่มประสิทธิภาพของไลน์การผลิตกระเบื้องหลังคาคอนกรีต และอิฐมวลเบา (งบลงทุน 200 ล้านบาท)
✴ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตกระเบื้องคอนกรีต 100,000 ตัน คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องจักรได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2024
🆙ข้อมูลจากงานวิจัยกรุงศรี (Krungsri Research) “แนวโน้มธุรกิจและอุตสาหกรรมไทย 2023 - 2025”
🟣กฎระเบียบที่ส่งผลต่อภาคอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์
☑เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติถือครองที่ดินได้ (นิติบุคคลต่างด้าวที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน และมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ล้านบาท)
☑มาตรการดึงดูดให้เกิดการซื้อที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง (การอนุมัติวีซ่าระยะยาว 10 ปี)
☑กลับมาใช้เกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (มาตรการ LTV)
☑มาตรการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ลดค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมสาหรับที่อยู่อาศัย
☑พระราชบัญญัติอาคารชุด การขยายเพดานให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้มากกว่า 49% (แต่จะไม่มีสิทธิออกเสียงในการประชุมนิติบุคคลอาคารชุด)
📶แนวโน้มธุรกิจวัสดุก่อสร้าง 2023 - 2025
🔲ตลาดในประเทศ ความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากมูลค่าการลงทุนก่อสร้างโดยรวมที่คาดว่าจะขยายตัว 4.5-5.0% ต่อปี ปัจจัยหนุนจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการที่เชื่อมโยงกับพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
🔲การส่งออกมีแนวโน้มเติบโตดี ปัจจัยหนุนจากการเร่งลงทุนก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานในประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นตลาดส่งออกหลักของไทย ซึ่งจะหนุนความต้องการปูนซีเมนต์และเหล็กก่อสร้าง ด้านกระเบื้องและเครื่องสุขภัณฑ์เซรามิกมีแนวโน้มขยายตัวตามการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์
🔲ราคาวัสดุก่อสร้างโดยรวมยังคงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากปัจจัยการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภาคก่อสร้าง และการปรับเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า
🔲ร้านค้าวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่คาดว่าจะทยอยฟื้นตัว จากความได้เปรียบด้านความหลากหลายของสินค้าและมีบริการครบวงจร นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังมีความสามารถในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานและด้านการตลาดให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค
🔲ร้านค้าวัสดุก่อสร้างดั้งเดิมมีแนวโน้มซบเซาถึงทรงตัว ร้านค้าส่งมีแนวโน้มทรงตัวถึงเติบโตเล็กน้อยในกลุ่มผู้ผลิตที่ปรับตัวได้ดี เช่น การจำหน่ายสินค้าโดยตรงกับผู้รับเหมาก่อสร้าง
ส่วนร้านค้าปลีก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เป็นรายเล็กและมีจำนวนมาก มักมีข้อจำกัดด้านเงินทุน ทำให้มีสินค้าไม่หลากหลาย รวมทั้งพึ่งพากลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อไม่สูงมากนัก และยังเสียเปรียบร้านค้าวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ที่มีการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
🌐แนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 2023 – 2025
📣ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในระยะ 3 ปีข้างหน้ามีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง ยอดขายมีแนวโน้มเติบโตเฉลี่ย 3.0-5.0% ต่อปี
📣การเปิดตัวโครงการใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5.0-8.0% ต่อปี
📈ข้อมูลหลักทรัพย์จดทะเบียน
▪ ปัจจุบัน DRT จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย หมวดอุตสาหกรรม วัสดุก่อสร้าง
▪ Market Cap. = 6,840 ล้านบาท
▪ P/E = 11 เท่า
▪ P/E เฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง = 11 เท่า
▪ P/E เฉลี่ยอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้างในตลาดหุ้นไทย = 15 เท่า
💬ธุรกิจวัสดุก่อสร้างถือว่าเป็นสินค้าและบริการที่มีความต้องการซื้อจากผู้บริโภคอยู่เสมอ โดยเฉพาะแรงซื้อจากภายในประเทศ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ/เช่าบ้าน คอนโดมิเนียม รวมไปถึงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยล้วนเป็นค่าใช้จ่ายครัวเรือนของชาวไทยในอันดับต้นๆอย่างสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่มีการเก็บข้อมูลกันอย่างจริงจัง
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยเฉลี่ยของคนไทยคิดเป็นกว่า 20% ของรายได้ต่อเดือนเลยทีเดียว หากเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดี แนวโน้มการเติบโตในระยะยาวอาจไม่สูงอย่างก้าวกระโดดมากนัก แต่เราสามารถคาดหวังความยั่งยืน สม่ำเสมอของรายได้ ความผันผวนที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งหลายๆบริษัทในธุรกิจวัสดุก่อสร้างมีการจ่ายปันผลค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่อง ผนวกด้วยการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป
⭕ บทความนี้เป็นเพียงการรวบรวมและนำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพจากรายงานประจำปีของบริษัทและข้อมูลข่าวสารอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหาอ่านได้ทั่วไป ไม่มีเจตนาในการชี้นำ เชิญชวน โน้มน้าว ให้เกิดการลงทุน ซื้อหรือขายหลักทรัพย์แต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง โปรดใช้ความรู้และความเข้าใจ เพื่อกำหนดเส้นทางการลงทุนของตนเอง
ขอให้มีความสุขกับการลงทุน ในทุกๆวันนะครับ 🙂

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา