25 พ.ย. 2023 เวลา 12:23 • ปรัชญา

พระพุทธศาสนาเน้นการอยู่เหนือความคิด

ฝรั่งจะเน้นการเป็นนักคิด พุทธศาสนาของเราจะเน้นการเป็นนักรู้ คิดอะไรก็ขอให้เรารู้ เมื่อเรารู้ว่าเรากำลังคิดอะไร ความคิดชนิดนั้นจะดับ มันจะดับพรึบเลย
สมมติว่าเราโกรธ พอเรารู้ทันว่าเรากำลังโกรธ ไม่ใช่คิดว่าฉันรู้ทัน แต่รู้ทันด้วยจิตเอง พอโกรธขึ้นมาจิตของเราก็รู้ทันว่าเรากำลังโกรธ ความโกรธจะดับทันที ประหลาดไหม สติมีพลังขนาดนั้น
หรือความเกลียดกำลังเกิดขึ้นมา สติรู้ทันว่าฉันกำลังเกลียด ความเกลียดนั้นจะดับทันที ฉะนั้น แทบไม่ต้องใช้ยาของหมอเลย สตินี้คือเซฟทีคัทชั้นยอด แต่คนส่วนใหญ่ไม่เป็นอย่างนี้ พอโกรธขึ้นมาก็โกรธตามมันทันที พอเกลียดขึ้นมาเกลียดตามมันทันที พอเครียดขึ้นมาก็เครียดตามไปเลย นี่แหละเป็นจิตวิทยาแบบพุทธที่ฝรั่งสนใจมาก
เมื่อครั้งผู้เขียนไปอยู่กับท่านติช นัท ฮันห์ ที่หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส มีฝรั่งมาฝึกด้วยเจ็ดร้อยกว่าคน มาฝึกหายใจ มาฝึกเดินจงกรม ฝึกนั่งสมาธิ คนกำลังสนใจเรื่องพวกนี้มาก
หลักในการเจริญสติขึ้นอยู่กับปัจจุบัน มีง่าย ๆ ทำอะไรก็ขอให้รู้ เดินก็ให้รู้ว่าเดิน กินก็ให้รู้ว่ากิน คิดก็ให้รู้ว่าคิด พูดก็ให้รู้ว่าพูด ถ้าเราทำอะไรแล้วรู้สึกตัวตลอดเวลา ความยุ่งยากเพราะความคิดซึ่งไร้ประสิทธิภาพทั้งหมดจะหายไป เวลาที่เราคิดจะเป็นความคิดที่มีประสิทธิภาพ ปัญญาจะหลักแหลม แล้วก็จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเรา เหมือนจะล้างพฤติกรรมเดิม ๆ ของเราทั้งหมด
เวลาใช้ชีวิต มนุษย์มักจะมีพฤติกรรมเดิม ๆ เช่น บางคนถ้าเจอพระ อย่างแรกก็คือกลัวไว้ก่อน กลัวว่าจะพูดผิดพูดถูก นั่นเป็นเหตุทำให้เราได้ประโยชน์จากพระน้อยไป สองก็คือ อาจจะทำให้ตัวเองรู้สึกว่าพระไม่ค่อยรู้อะไร เป็นทัศนคติเชิงลบ สาม พระรดน้ำมนต์ดูหมอได้ไหม นี่เป็นความเคยชินของเราเกี่ยวกับพระ
ผู้เขียนเคยรับนิมนต์ไปที่บ้านของคุณนายคนหนึ่ง ลูกสาวของเธอเป็นนักเรียนนอก แม่เธอก็บอกว่า "ลูกพระมาแล้ว"
ลูกสาววิ่งออกมาเลย "แม่ พระดูหมอได้หรือเปล่า"
นี่เป็นความเคยชินของคนไทย เพราะฉะนั้น ความคิดของเรามันจะทำตามความเคยชิน แต่ถ้าเราเจริญสติ มันจะพาเรามีชีวิตอีกแบบหนึ่ง คือไม่ทำอะไรตามความเคยชินแต่จะทำอะไรด้วยความรู้ตัว
ครั้งหนึ่ง มีผู้หญิงคนหนึ่งไปเล่นน้ำที่มัลดีฟส์ และถูกกระแสน้ำพัดออกไปนอกชายฝั่งอย่างรวดเร็วมาก เธอตั้งตัวไม่ทัน ด้วยความเคยชิน พอกระแสน้ำพัดออกไปสิ่งที่ต้องทำ คือ ต้องว่ายน้ำกลับมา
แต่เธอว่ายทวนกระแสน้ำ ว่ายอย่างไรก็ไม่ชนะ เธอตัดสินใจแล้วว่าจบแล้วชีวิตฉัน ฉันมาพักผ่อนที่นี่ แล้วฉันก็มาตายที่นี่ ไม่มีใครได้ยิน ไม่มีใครรับรู้ เพราะน้ำมันวน เธอบอกว่าจบแล้วชีวิตฉัน เธอจึงหยุดว่าย พอมันหมดแรง เท้ามันก็หยั่งลงสู่พื้น ปรากฏว่าน้ำสูงนิดเดียว เธอบอกว่าว่ายด้วยความเคยชิน จมน้ำแล้วก็ต้องว่าย
มนุษย์มีชีวิตที่ชอบความเคยชิน พอหมดความเคยชิน คือ เลิกว่าย เท้ามันจะถึงพื้นก็บอกว่ารอดตายทันที เราเคยชินที่จะคิด เราไม่เคยชินที่จะนั่งเฉย ๆ แล้วตามดูลมหายใจ ถ้าไม่เชื่อลองหลับตาลง มันอยากคิดอะไรลองให้มันคิด มีใครที่จิตไม่ได้คิดอะไรไหม มันเฉย ๆ มีไหม โดยมากมันจะแวบทันทีเลย คือ ต้องหาเรื่องอะไรมาคิดเลย นี่ล่ะเป็นวิทยาการที่มหาวิทยาลัยไหนก็คงจะไม่มีสอน
เรื่องของการดูจิต เรื่องของการบริหารความคิด ซึ่งเป็นจิตวิทยาขั้นสูง เรามีชีวิตอยู่ในความคิด แล้วความคิดก็พาเราไปทำอะไรสารพัดด้วยความเคยชิน เราก็ไม่รู้ แต่ถ้าเรามาฝึกเจริญสติเราก็จะรู้ตัวอยู่เสมอ เราจะออกจากความเคยชินมาอยู่กับความรู้สึกตัว
ที่นี้เราจะกลายเป็นผู้รู้ ผู้ตื่นผู้เบิกบานได้ เราก็จะไม่มีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตเลย ไม่มีปัญหาเรื่องความเครียด มีชีวิตที่มีความสุข อันนี้เป็นวิธีดับทุกข์ระดับจิตใจ ไม่ใช่ระดับเหตุผล ซึ่งคนทั่วไปจะดับทุกข์ด้วยเหตุผล แล้วก็ดับโดยการใช้ยา เวลาทุกข์เวลาเครียดก็กินยา ทางพุทธเราก็สอนให้เจริญสติไม่ต้องคิดมาก
" ท ำ อ ะ ไ ร ก็ ข อ ใ ห้ รู้ "
• • • • •
ว.วชิรเมธี
.. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ..
ที่มา : หนังสือ "กลั่นทุกข์ให้เป็นสุข" | Suffering
|ความทุกข์เกิดขึ้นมาไม่ใช่เพื่อทำให้เราท้อ
|แต่เกิดขึ้นมาเพื่อให้เราก้าวต่อไปจนพบความสุข
โฆษณา